ท่ามกลางความเงียบในห้องโดยสารขณะขับขี่ เสียงแปลกปลอมเพียงเล็กน้อยก็อาจทำให้ผู้ขับขี่เกิดความกังวลได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “เสียงแหลมสูงดังจี๊ดๆ” หรือเสียงเอี๊ยดอ๊าดที่เกิดขึ้นทุกครั้งเมื่อคุณแตะแป้นเบรก เสียงนี้ไม่ใช่แค่ความรำคาญ แต่คือสื่อสารทางเทคนิคที่ระบบเบรกกำลังบอกอะไรบางอย่างกับคุณ ซึ่งส่วนใหญ่แล้วมักเป็นสัญญาณเตือนระยะสุดท้ายของผ้าเบรกครับ เสียง “จี๊ดๆ” เกิดจากอะไร? สาเหตุหลักที่พบบ่อยที่สุดของเสียงแหลมสูงนี้ มาจากอุปกรณ์เล็กๆ ที่เรียกว่า “ตัวเตือนผ้าเบรกหมด” (Brake Pad Wear Indicator) ซึ่งเป็นแผ่นโลหะบางๆ ที่ติดตั้งอยู่กับผ้าเบรก สาเหตุอื่นๆ ที่อาจเป็นไปได้ (แม้จะพบน้อยกว่า) แม้เสียงจี๊ดๆ ส่วนใหญ่จะหมายถึงผ้าเบรกหมด แต่บางครั้งอาจเกิดจากสาเหตุอื่นได้เช่นกัน: ปล่อยทิ้งไว้ อันตรายอย่างไร? การเพิกเฉยต่อเสียงเตือนนี้ถือเป็นความเสี่ยงอย่างยิ่ง: คำแนะนำและการป้องกัน เพื่อความปลอดภัยสูงสุดและป้องกันค่าซ่อมบานปลาย: “อย่าปล่อยให้เสียงเล็กๆ กลายเป็นปัญหารอบใหญ่ ตรวจเช็กระบบเบรกของคุณวันนี้ BOC พร้อมอยู่เคียงข้างทุกการเดินทางอย่างมั่นใจ” Download QR
Category Archives: Tips
น้ำมันเบรกเปรียบเสมือน “ตัวกลาง” ที่สำคัญที่สุดในระบบเบรกแบบไฮดรอลิก ทำหน้าที่ส่งแรงดันจากแป้นเบรกไปยังลูกสูบเบรกเพื่อกดผ้าเบรกให้หยุดล้อ แต่ผู้ใช้รถหลายท่านมักละเลยการดูแลส่วนนี้เพียงเพราะเห็นว่าปริมาณน้ำมันในกระปุกยังมีอยู่ ซึ่งในความเป็นจริง คุณภาพของน้ำมันสำคัญไม่แพ้ปริมาณครับ ทำไมน้ำมันเบรกถึงมีอายุการใช้งาน? น้ำมันเบรกมีคุณสมบัติเฉพาะที่เรียกว่า Hygroscopic หรือการดูดซับความชื้นจากอากาศได้ง่าย แม้จะเป็นระบบปิดแต่ความชื้นสามารถแทรกซึมผ่านขอบยางหรือซีลต่างๆ ได้ตามกาลเวลา อันตรายจาก “Vapor Lock” (อาการเบรกหาย) เมื่อคุณต้องเบรกกะทันหันหรือเบรกต่อเนื่อง (เช่น การขับรถลงเขา) จะเกิดความร้อนสูงสะสมที่จานเบรกและส่งผ่านไปยังน้ำมันเบรก หากน้ำมันเบรกมีส่วนผสมของน้ำมากเกินไป น้ำจะเดือดจนกลายเป็นไอและเกิดฟองอากาศในระบบ 5 สัญญาณเตือนที่ต้องรีบตรวจเช็ก 1.สีของน้ำมันเปลี่ยนไป: น้ำมันเบรกใหม่ควรมีสีเหลืองใส หากเริ่มเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลเข้มหรือดำ แสดงว่าเสื่อมสภาพและสะสมสิ่งสกปรกไว้มาก 2.ระยะเหยียบเปลี่ยน: รู้สึกว่าต้องออกแรงเหยียบเบรกลึกกว่าเดิม หรือแป้นเบรกมีความรู้สึก “หยุ่นๆ” คล้ายเหยียบฟองน้ำ 3.ไฟเตือนบนหน้าปัด: หากไฟสัญลักษณ์เบรก (เครื่องหมายอัศเจรีย์) ปรากฏ อาจหมายถึงระดับน้ำมันต่ำเกินไปหรือมีความผิดปกติในระบบแรงดัน 4.เสียงและกลิ่น: มีเสียงดังผิดปกติขณะเบรก หรือมีกลิ่นไหม้โชยออกมาหลังจากใช้งานเบรกหนัก 5.น้ำมันรั่วซึม: พบรอยน้ำมันบริเวณล้อรถหรือใต้ท้องรถ ซึ่งอาจเกิดจากซีลยางเสื่อมสภาพ คำแนะนำการบำรุงรักษาจากผู้เชี่ยวชาญ จัดเตรียมเนื้อหาบทความเรื่องน้ำมันเบรกแบบเจาะลึก เพื่อใช้สื่อสารกับลูกค้าและพันธมิตรทางธุรกิจของ BOC ให้เข้าใจถึงความสำคัญเชิงเทคนิคและความปลอดภัย ดังนี้ครับ 3. น้ำมันเบรก… เปลี่ยนตอนไหนดี? (Brake […]
“ฤดูฝน” เป็นช่วงที่เสี่ยงเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์มากกว่าปกติ จากทัศนวิสัยที่ไม่ค่อยดี และถนนที่เปียกลื่น ทำให้ต้องควบคุมรถอย่างระมัดระวังมากขึ้นเท่าตัว ดังนั้นทุกคนควรเช็กการทำงานของรถให้ดีก่อนออกเดินทางทุกครั้ง โดยเฉพาะเรื่องเบรกที่ต้องสังเกตบ่อย ๆ เพราะเป็นส่วนที่ช่วยเรื่องความปลอดภัยเป็นอันดับแรก ๆ แต่จะมีวิธีเช็กยังไงบ้าง? ครั้งนี้เรามีคำแนะนำในการเช็กเบรก 2 Step ง่าย ๆ มาฝากกันครับ Step 1 : เริ่มจากการเช็กผ้าเบรก ควรเช็กและสังเกตปริมาณผ้าเบรกเบื้องต้น ซึ่งมีอยู่หลายวิธีที่สามารถทำได้ด้วยตัวเอง ดังนี้ สังเกตเวลาเหยียบเบรก หากต้องเหยียบลึกมากกว่าปกติ หรือเหยียบแล้วรถยังไม่ชะลอต้องเหยียบย้ำหลายครั้ง เป็นสัญญาณชี้ชัด ว่าผ้าเบรกเหลือน้อย ดึงเบรกมือสูงขึ้นกว่าปกติ หากต้องดึงเบรกมือสูงขึ้นกว่าทุกครั้ง นั่นหมายความว่าผ้าเบรกอาจพร่องลงไป หรือมีปัญหาเรื่องการรั่วซึมของน้ำมันเบรก ควรรีบเข้าศูนย์บริการทันทีเพื่อความปลอดภัย สังเกตไฟเตือนบนหน้าปัด ไฟเตือนจะขึ้นเมื่อส่วนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับเบรกเกิดความผิดปกติ เช่น ผ้าเบรกเหลือน้อยกว่ากำหนด น้ำมันเบรกขาด หรือสายน้ำมันเบรกรั่ว หากปล่อยทิ้งไว้นานอาจเป็นอันตราย แนะนำให้รีบเข้าศูนย์บริการทันที Step 2 : เช็กน้ำมันเบรก น้ำมันเบรกมีความเกี่ยวเนื่องกันโดยตรง ยิ่งผ้าเบรกพร่องลงไปเท่าไหร่ น้ำมันเบรกก็จะลดลงตามไปด้วย เพราะลูกสูบในคาร์ลิปเปอร์เบรกจะดันผ้าเบรกที่บางลงให้จับจานเบรกได้แน่นขึ้น ทำให้น้ำมันเบรกถูกใช้งานไป เราสามารถเช็กน้ำมันเบรกได้ง่าย ๆ […]
เบรคมือ หรือที่เรียกว่า Parking Brake ถูกออกแบบมาไว้สำหรับใช้งานในขณะที่รถจอดอยู่นิ่งๆ ซึ่งผู้ขับขี่เองไม่ควรดึง เบรคมือ ขณะที่รถกำลังเคลื่อนไหว และ เบรคมือ ถือว่าเป็นส่วนสำคัญและมีประโยชน์ต่อผู้ขับขี่เอง ส่วนใหญ่เราจะใช้ เบรคมือ ก็ต่อเมื่อมีอาการไหลของรถยนต์ เช่น จอดรถในที่ลาดชัน หรือจอดรถพื้นที่ที่มีถนนไม่เรียบ เป็นต้น และบางครั้ง เบรคมือ ก็เป็นอุปกรณ์ที่สามารถช่วยไม่ให้เกิดอุบัติเหตุต่อทรัพย์สินและตัวคุณเองได้เมื่อการจราจรติดขัดหรือรถติดไฟแดงเป็นระยะเวลานาน ควรใส่เกียร์ว่าง แล้วดึง เบรคมือ ไว้ เพราะความปลอดภัย อีกอย่างถ้ามีรถคันข้างหลังเบรคไม่ทันแล้วเกิดการชนท้ายรถขึ้นมาอย่างเต็มแรง รถของคุณจะได้ไม่พุ่งไปชนกับรถคันข้างหน้าหรือสิ่งกีดขวางข้างหน้า (แต่ไม่ควรใส่เกียร์ P ไว้ เพราะถ้าถูกชนท้ายเข้าอย่างรุนแรง เกียร์จะได้รับความเสียหายอย่างหนัก) แต่เมื่อเวลาที่รถเคลื่อนตัวแล้วต้องอย่าลืมปลด เบรคมือ ลง ไม่เช่นนั้น จะทำให้เบรคชำรุดเสียหายง่ายแล้ว ยังต้องเสียเงินค่าซ่อมแซม แถมทำให้เกิดอันตรายต่อตัวรถและตัวคุณอีกด้วยแต่ถ้าคุณกำลังเผชิญปัญหากับ เบรคมือ… ที่ตอนดึง เบรคมือ แล้วยาวขึ้นเรื่อยๆ ตลอดจนเมื่อดึง เบรคมือ แล้วแต่รถก็ยังไหลอยู่ แถมยังมีเสียงจากใต้ท้องรถอีกต่างหาก นั่นแสดงว่า เบรคมือ ของคุณเริ่มมีปัญหาซะแล้ว ฉะนั้นคุณควรรีบแก้ไขเพื่อความปลอดภัย แต่บางครั้งอาจเกิดจากสาเหตุชิ้นส่วนเหล่านี้ก็ได้ เช่น ผ้าเบรคลื่น, […]
มาถึงกับอีกหนึ่งเรื่อง เกี่ยวกับเรื่องของการล้างรถ ซึ่งหลายคนอาจจะสงสัยว่าการล้างรถนั้นเกี่ยวกับระบบเบรคอย่างไร แต่เป็นเรื่องที่ใครหลายคนนั้น คิดมาก่อนว่า หลังจากที่ขับรถแล้ว มีการใช้เบรคมาอย่างหนัก หากนำรถไปล้างโดยทันที มีโอกาสทำให้จานเบรคคดได้ ไปชมกันเลยกับเกร็ดความรู้เกี่ยวกับรถยนต์ สำหรับการล้างรถนั้น ถือว่าเป็นสิ่งที่ใครหลายๆ คน ทำกันเป็นประจำ เพื่อรักษาความสะอาดของตัวรถ แต่การล้างรถ อาจเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ทำให้ระบบเบรคของรถเกิดปัญหาขึ้นได้ โดยเฉพาะตัวจานเบรค จนถึงขั้นอาจทำให้จานเบรคคดซึ่งอาการจานเบรคคดนั้น เกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ โดยการล้างรถก็ถือเป็นอีกหนึ่งสาเหตุ ซึ่งหลายคนอาจจะสงสัยว่ามันเกี่ยวอะไรกัน ? หากเราขับรถแล้วเกิดใช้เบรคอย่างหนัก ในช่วงขณะที่ขับขี่ จะทำให้จานเบรคเกิดการสะสมความร้อนอยู่ที่ตัวจานเบรค จนทำให้จานเบรคเกิดการขยายตัว หากเรานำรถไปล้างโดยทันที สิ่งที่ต้องสัมผัสจานเบรคอย่างแน่นอนคือ น้ำ ถือว่าเป็นปัจจัยที่นำพาความร้อนได้ดี ซึ่งอาจส่งผลให้จานเบรคเกิดการหดตัวอย่างรวดเร็ว ทำให้จานเบรคเกิดอาการคดได้ ยิ่งไปเจอคาร์แคร์ที่ชอบฉีดน้ำแรงดันสูงฉีด ก็ยิ่งเสี่ยงต่ออาการจานเบรคคดอย่างแน่นอน ซึ่งวิธีการป้องกันต่อเรื่องนี้ที่ดีที่สุดก็คือ เราต้องรู้ว่าสภาพการขับขี่ของเราก่อนหน้านี้เป็นอย่างไร ใช้เบรคมากหรือน้อยแค่ไหน หากมีการใช้เบรคมาอย่างหนัก ก็ควรจอดพักให้จานเบรคมีความร้อนที่น้อยลง ก่อนที่จะนำรถไปล้าง ซึ่งเรื่องราวนี้ ก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่เราควรระมัดรวังไว้เครดิต : BoxzaRacing Download QR
คงไม่ใครอยากพบประสบการณ์ อันชวนสยองเมื่อผ้าเบรกหรือลูกสูบเบรกหลุดขณะขับรถ จนนำมาสู่อาการเบรกแตก และเกิดความสูญเสียจากอุบัติเหตุ วันนี้ “รู้ก่อนเหยียบ” จึงขอนำทุกท่านมาหาต้นตอและวีธีป้องกัน ก่อนอื่นมารู้จักกับชนิดของเบรกกันก่อน -ดิสก์เบรก (Disc Brake) ประกอบด้วยจานดิสก์ที่ทำจากเหล็กหล่อและหมุนเคลื่อนที่ไปพร้อมกับล้อรถยนต์ โดยมีคาลิปเปอร์ ที่ครอบลงไปบนจานดิสก์ แต่จะไม่หมุนไปพร้อมล้อ ซึ่งภายในคาลิปเปอร์ มีการติดตั้งผ้าเบรก ประกบอยู่สองข้างของจานดิสก์ โดยมีแม่ปั้มเบรกติดตั้งร่วมอยู่ด้วย และเมื่อแรงดันมาถึงแม่ปั้มเบรกลูกสูบจะถูกดันออกมาเพื่อดันผ้าเบรกให้ไปเสียดทานกับจานดิสก์ ให้เกิดความฝืดจนสามารถชะลอหรือหยุดรถได้ในที่สุด -ดรัมเบรก (Drum Brake) จะใช้หลักการทำงานของการขยายและหุบตัวของฝักเบรกภายในจานเบรก เมื่อแรงดันมาถึงแม่ปั้มเบรก ลูกสูบจะทำหน้าที่ดันฝักเบรกที่มีผ้าเบรกยึดอยู่ภายนอกให้เสียดทานกับผนังของจานดรัมเบรก จนเกิดความฝืดต้นตอผ้าเบรก-ลูกสูบเบรกหลุด ปัญหาผ้าเบรกหรือลูกสูบเบรกหลุด ส่วนใหญ่จะเกิดกับ ดิสก์เบรก มากกว่า ดรัมเบรก และมักเกิดจาก2 สาเหตุหลักคือ 1.ใช้ผ้าเบรกหมดเกลี้ยง จนถึงเนื้อเหล็ก แล้วยังฝืนใช้ต่อ เมื่อเหล็กผ้าเบรกเสียดสีกับจานดิสก์ บางลงเรื่อย ๆ และหลุดออกจากร่องวางผ้าเบรก จากนั้นลูกสูบเบรกก็หลุดตามมา และเมื่อน้ำมันเบรกรั่วออกจากระบบก็จะเกิดอาการเบรกแตก 2. จานจานดิสก์เบรกที่บางจนเกินไป จะไม่ส่งผลในระยะแรก แต่เมื่อผ้าเบรกบางลงตามอายุการใช้งาน แม้ยังไม่หมดก็สามารถหลุดออกร่องวางผ้าเบรก หรือลูกสูบเบรกหลุดได้เช่นกัน วิธีป้องกันผ้าเบรก-ลูกสูบเบรกหลุด -หมั่นสังเกตุระบบเบรก หากมีเสียงดังขณะเบรก เหมือนเหล็กสีกัน เป็นอาการของผ้าเบรกหมด […]
หากพูดถึงอุบัติเหตุอันตรายจากการขับรถ เชื่อว่าหลายๆ คนคงนึกถึงเรื่อง เบรกแตก เป็นอันดับต้นๆ เพราะหากเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นจริงๆ ความเสี่ยงเกี่ยวกับความปลอดภัยของชีวิต และทรัพย์สิน มีโอกาสสูงมากทีเดียว แม้ว่าอาการนี้จะเกิดขึ้นค่อนข้างยากก็ตาม สำหรับอาการเบรกแตก จริงๆ แล้วเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย หลายสาเหตุ ซึ่งส่วนหนึ่งเกิดจากการขาดการดูแลรักษา และตรวจเช็กสภาพการใช้งานนั่นเอง เอาเป็นว่า มาดูสาเหตุหลักอื่นๆ กันดีกว่า ว่ามีอะไรอีกบ้าง ที่ทำให้รถของคุณเบรกแตก 1. น้ำมันเบรกเสื่อมสภาพ จนทำให้ลูกยางในกระบอกปั๊มล้อที่ทำหน้าที่ป้องกันน้ำมันรั่ว เสื่อมสภาพตามไปด้วย จึงทำให้น้ำมันเบรกรั่วออกมา ซึ่งหากคุณอยากตรวจสอบลูกยางตัวนี้ ก็สามารถทำได้ง่าย แค่เพียงถอดล้อออก จากนั้นถอดจานเบรกแล้วเปิดยางกันฝุ่นที่ครอบตัวกระบอกปั๊มออกมา และสังเกตดู หากมีน้ำมันเบรกรั่วออกมา ก็แปลว่าลูกยางเสื่อมแล้ว จัดการเปลี่ยนได้เลย 2. สายอ่อน หรือท่อทางเดินน้ำมันเบรกรั่ว อาการนี้ดูได้ง่ายๆ หากมีคราบ หรือรอยซึมของน้ำมันเบรกไหลออกมา 3. แรงดันของน้ำมันเบรกมาไม่เต็มระบบ อาการนี้เกิดขึ้นเพราะมีอากาศอยู่ในระบบน้ำมันเบรก ซึ่งอาจเป็นเพราะการไล่อากาศ หรือไล่ลมออกไปไม่หมดจากระบบ เมื่อตอนเปลี่ยนน้ำมันเบรกใหม่ ฯลฯ จึงทำให้ไม่สามารถส่งแรงดันไปได้อย่างเต็มที่ 4. น้ำมันเบรกหมด หรือเหลือน้อย มันจะส่งผลทำให้เบรกใช้งานได้ไม่เต็มที่ เบรกไม่ค่อยอยู่ หรือเบรกจมลึกผิดปกติ ฯลฯ […]
ข้อแตกต่าง ระบบการทำงาน รวมไปถึงข้อดี-ข้อเสีย ของเบรกทั้ง 2 แบบนี้ จะมีอะไรบ้าง เดี๋ยวเรามาดูกัน ดรัมเบรก (Drum Brake) ทำงานโดยใช้หลักการของแรงผลัก เพื่อทำให้ล้อรถเกิดแรงเฉื่อย ซึ่งภายในตัวดรัมเบรกจะมีฝักเบรก ที่ประกอบไปด้วยผ้าเบรก สปริง และลูกสูบที่ต่อเข้ากับสายเบรก ดังนั้นเมื่อคุณเหยียบเบรก น้ำมันเบรกก็จะผลักลูกสูบออกไปเพื่อดันฝักเบรกให้ไปดันกับขอบดรัมเบรกที่ หมุนไปกับล้ออีกทีหนึ่ง เพื่อสร้างแรงเฉื่อยให้กับรถของคุณ ดิสก์เบรก (Disc Brake) จะทำงานคนละแบบกับดรัมเบรก เพราะระบบดิสก์เบรกนี้จะทำการบีบไปที่จานเบรก ซึ่งตัวที่ทำการบีบนี้จะเรียกว่า คาลิปเปอร์ (Caliper) โดยตัวมันจะถูกครอบเข้าไปที่จานเบรก และจานเบรกที่ว่าจะอยู่ติดกับล้อรถยนต์ นอกจากนี้คาลิปเปอร์จะไม่ถูกหมุนไปกับล้อรถ แต่ตัวลูกสูบยังคงถูกเชื่อมต่อเข้ากับสายเบรก ดังนั้นเมื่อคุณเหยียบเบรก ลูกสูบก็จะทำงานด้วยการดันผ้าเบรกให้ไปบีบกับจานเบรก และมันก็จะเกิดแรงเสียดทานขึ้นเพื่อใช้หยุดรถนั่นเอง ข้อดี-ข้อเสีย ดรัมเบรก ข้อดี – ไม่ต้องใช้แรงเหยียบมาก ใช้แรงกดน้อย – มีกำลังหยุดรถสูง เหมาะกับรถที่มีน้ำหนักเยอะ หรือรถที่ใช้บรรทุกของหนักๆ – มีระบบปิดที่มิดชิด ไม่ต้องดูแลรักษาบ่อยๆ ข้อเสีย – มีความร้อนสะสมสูง – ไม่ค่อยแม่นยำ เพราะการตอบสนองค่อนข้างช้า […]
คุณว่า …การขับรถยนต์เขาเราๆท่านๆ อะไรเป็นสิ่งสำคัญ …หลายคนอาจจะมองเรื่องของเครื่องยนต์ สมรรถนะ และช่วงล่าง แต่เชื่อไมว่า สิ่งที่สำคัญที่สุดซึ่งหลายคนอาจจะลืมไปในยามขับรถก็คือ “การเบรก” และ 9 เรื่องที่เรานำมาฝากวันนี่ คุณ อาจจะไม่เคยรู้เกี่ยวกับมันมาก่อน1. เบรคทางตรงดีที่สุด หลายคนคิดว่าการเบรคทำเมื่อไรก็ได้ ยิ่งทุกวันนี้ระบบเบรกถูกพัฒนาให้ตอบสนองได้มากขึ้น คุณสามารถหลบสิ่งกีดขวางเลี่ยงสถานการณ์เป็นตายได้ แต่หลายคนมักไม่ทราบว่าการเบรครถที่ดีได้ประสิทธิผลมากที่สุด …คือการเบรคทางตรงหรือฝรั่งเรียกว่า Straight Line Braking คือพยายามทำให้รถหยุดเมื่อพวงมาลัยตั้งตรง และเป็นเทคนิคที่นักแข่งรถในสนามมักจะใช้กันถ้าคุณพอจะสังเกตได้2.ยางมีผลต่อระยะเบรคเสมอ จำไว้ว่าระบบเบรคเป็นการห้ามล้อ แต่ล้อจะหยุดจริงก็ต้องการแรงเสียดทานที่มากเอาการเพื่อปราบเหล่าแรงม้าที่คุณปล่อยออกจากปลายเท้าที่แตะคันเร่งของคุณ ซึ่งสิ่งที่ช่วยให้แรงเสียดทานมากในยามที่คุณเบรกก็คือยาง ซึ่งยิ่งยางมีดอกยางเยอะ และหน้าสัมผัสกว้าง โอกาสที่คุณจะหยุดรถได้เต็มประสิทธิภาพ ก็มีมากขึ้นตามไปด้วย เรื่องเดียวกันไม่น่าแปลกใจที่คุณจะรู้สึกว่าเมือเปลี่ยนล้อแม็กมา รถหยุดดีขึ้นกว่าเดิม ทั้งที่ไม่ได้ทำอะไรมากกว่าแต่งหล่อแค่ล้อและยาง ..3.ระบบเบรค ABS มีมาตั้งแต่ยุคเรือไทเทนิค เชื่อหรือว่าว่า ระบบเบรคที่เราคุณเคยอย่าง ABS หรือ Anti Lock Brake System ที่เราคุ้นเคยมากในทุกวันนี้มันใช้เวลากว่า 50 ปี ก่อนที่จะเริ่มลงตลาดรถยนต์ และกว่าจะแพร่หลายจริงๆ ก็ราวๆ 80 ปี จากที่คิดค้นครั้งแรกในปี […]
วันนี้เราจะพามาพบกับเกร็ดความรู้ สำคัญเกี่ยวกับการเลือกน้ำมัน เบรคที่ใช้ กับระบบเบรครถยนต์ของเรา ซึ่งมาความสำคัญมาก และเพื่อนๆหลายคนนั้นยังไม่รู้ว่า ควรจะเลือกแบบไหน เราควรจะเปลี่ยนเมื่อไร โดนในครั้งนี้เราจะพาเพื่อนๆไปทราบถึงรายละเอียดแบบเจาะลึกกันลยที่เดียวพูดถึงการทำงานที่ดีของระบบเบรคนั้น ต้องประกอบด้วยการทำงานที่สมบูรณ์ ไม่ว่าจะเป็น ผ้าเบรค จานเบรค คาร์ลิปเปอร์เบรค แม่ปั๊มเบรค ถึงจะสร้างความมั่นใจในการขับขี่ให้เราได้ และน้ำมันเบรค ก็คืออีก1สิ่งสำคัญ ของระบบเบรค ที่ขาดไม่ได้ และจะมีผลต่อการเบรคเป็นอย่างมาก โดยน้ำเบรคจะทำหน้าที่เป็นตัวส่งกำลังจากการที่เราเหยียบแป้นเบรค ไปถึง ตัวเบรคของทั้ง 4 ล้อ เพื่อทำการลดความเร็วตามเเรงกดของเราที่เราได้ทำการเหยียบเบรค คุณสมบัติที่นอกเหนือจากเป็นตัวส่งกำลังแล้ว น้ำมันเบรคยังมีหน้าทีทำการ หล่อลื่น ส่วนต่างๆของระบบเบรค ไม่ว่าจะเป็น แม่ปั๊มเบรค ลูกปั๊มเบรค รวมถึงการเสียดสีต่างๆในระบบเบรคการเลือกน้ำมันเบรคนั้น เราควรเลือกน้ำมันเบรคที่มีความหนือเหมาะสม ใช้งานได้ทุกอุณหภูมิไม่ว่าจะต่ำหรือว่าอุณภูมิสูง มีจุดเดือดสูงไม่ระเหยได้ง่าย เนื่องจากจจะเป็นตัวบ่งบอกว่าสามารถทนต่อแรงเหยียบเวลาเราใช้เบรคเยอะและเหยียบแรงๆได้ และที่สำคัญน้ำมันเบรค จะต้องไม่เป็นอันตรายต่อชิ้นส่วนที่เป็น โลหะ และยางต่อระบบเบรคของเรา โดยชื่อมาตารฐานของน้ำมันเบรคที่ใช้จะเรียกว่า DOT(Department of Transportation) ที่เพื่อนๆได้ยินกัน จะเป็นตัวบอก จุดเดือดของน้ำมันเบรค นั้นก็คือ DOT3 จุดเดือดไม่ต่ำกว่า 205 องศาเซลเซียส […]







