<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Tips Archives - BOC</title>
	<atom:link href="https://bocbrand.com/category/tips/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://bocbrand.com/category/tips/</link>
	<description>BRAKE HYDRAULIC CYKINDER</description>
	<lastBuildDate>Thu, 14 May 2026 02:05:05 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.8.5</generator>

<image>
	<url>https://bocbrand.com/wp-content/uploads/2025/06/cropped-boc-fav_1-100-32x32.jpg</url>
	<title>Tips Archives - BOC</title>
	<link>https://bocbrand.com/category/tips/</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>เบรกมีเสียงดังจี๊ดๆ: สัญญาณเตือนที่ไม่ควรละเลย!</title>
		<link>https://bocbrand.com/%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b8%94%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%88%e0%b8%b5%e0%b9%8a%e0%b8%94%e0%b9%86-%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%8d/</link>
					<comments>https://bocbrand.com/%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b8%94%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%88%e0%b8%b5%e0%b9%8a%e0%b8%94%e0%b9%86-%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%8d/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ktn-admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 14 May 2026 02:05:02 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Tips]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://bocbrand.com/?p=15412</guid>

					<description><![CDATA[<p>ท่ามกลางความเงียบในห้องโดยสารขณะขับขี่ เสียงแปลกปลอมเพียงเล็กน้อยก็อาจทำให้ผู้ขับขี่เกิดความกังวลได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง &#8220;เสียงแหลมสูงดังจี๊ดๆ&#8221; หรือเสียงเอี๊ยดอ๊าดที่เกิดขึ้นทุกครั้งเมื่อคุณแตะแป้นเบรก เสียงนี้ไม่ใช่แค่ความรำคาญ แต่คือสื่อสารทางเทคนิคที่ระบบเบรกกำลังบอกอะไรบางอย่างกับคุณ ซึ่งส่วนใหญ่แล้วมักเป็นสัญญาณเตือนระยะสุดท้ายของผ้าเบรกครับ เสียง &#8220;จี๊ดๆ&#8221; เกิดจากอะไร? สาเหตุหลักที่พบบ่อยที่สุดของเสียงแหลมสูงนี้ มาจากอุปกรณ์เล็กๆ ที่เรียกว่า &#8220;ตัวเตือนผ้าเบรกหมด&#8221; (Brake Pad Wear Indicator) ซึ่งเป็นแผ่นโลหะบางๆ ที่ติดตั้งอยู่กับผ้าเบรก สาเหตุอื่นๆ ที่อาจเป็นไปได้ (แม้จะพบน้อยกว่า) แม้เสียงจี๊ดๆ ส่วนใหญ่จะหมายถึงผ้าเบรกหมด แต่บางครั้งอาจเกิดจากสาเหตุอื่นได้เช่นกัน: ปล่อยทิ้งไว้ อันตรายอย่างไร? การเพิกเฉยต่อเสียงเตือนนี้ถือเป็นความเสี่ยงอย่างยิ่ง: คำแนะนำและการป้องกัน เพื่อความปลอดภัยสูงสุดและป้องกันค่าซ่อมบานปลาย: &#8220;อย่าปล่อยให้เสียงเล็กๆ กลายเป็นปัญหารอบใหญ่ ตรวจเช็กระบบเบรกของคุณวันนี้ BOC พร้อมอยู่เคียงข้างทุกการเดินทางอย่างมั่นใจ&#8221; Download QR</p>
<p>The post <a href="https://bocbrand.com/%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b8%94%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%88%e0%b8%b5%e0%b9%8a%e0%b8%94%e0%b9%86-%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%8d/">เบรกมีเสียงดังจี๊ดๆ: สัญญาณเตือนที่ไม่ควรละเลย!</a> appeared first on <a href="https://bocbrand.com">BOC </a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[


<figure class="wp-block-image size-large"><img fetchpriority="high" decoding="async" width="1024" height="422" src="https://bocbrand.com/wp-content/uploads/2026/05/Gemini_Generated_Image_afrxkdafrxkdafrx-1024x422.png" alt="" class="wp-image-15413" srcset="https://bocbrand.com/wp-content/uploads/2026/05/Gemini_Generated_Image_afrxkdafrxkdafrx-1024x422.png 1024w, https://bocbrand.com/wp-content/uploads/2026/05/Gemini_Generated_Image_afrxkdafrxkdafrx-300x124.png 300w, https://bocbrand.com/wp-content/uploads/2026/05/Gemini_Generated_Image_afrxkdafrxkdafrx-768x316.png 768w, https://bocbrand.com/wp-content/uploads/2026/05/Gemini_Generated_Image_afrxkdafrxkdafrx-1536x633.png 1536w, https://bocbrand.com/wp-content/uploads/2026/05/Gemini_Generated_Image_afrxkdafrxkdafrx-600x247.png 600w, https://bocbrand.com/wp-content/uploads/2026/05/Gemini_Generated_Image_afrxkdafrxkdafrx.png 1592w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>ท่ามกลางความเงียบในห้องโดยสารขณะขับขี่ เสียงแปลกปลอมเพียงเล็กน้อยก็อาจทำให้ผู้ขับขี่เกิดความกังวลได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง <strong>&#8220;เสียงแหลมสูงดังจี๊ดๆ&#8221;</strong> หรือเสียงเอี๊ยดอ๊าดที่เกิดขึ้นทุกครั้งเมื่อคุณแตะแป้นเบรก เสียงนี้ไม่ใช่แค่ความรำคาญ แต่คือสื่อสารทางเทคนิคที่ระบบเบรกกำลังบอกอะไรบางอย่างกับคุณ ซึ่งส่วนใหญ่แล้วมักเป็นสัญญาณเตือนระยะสุดท้ายของผ้าเบรกครับ</p>



<h2 class="wp-block-heading" id="h-เส-ยง-จ-ดๆ-เก-ดจากอะไร">เสียง &#8220;จี๊ดๆ&#8221; เกิดจากอะไร?</h2>



<p>สาเหตุหลักที่พบบ่อยที่สุดของเสียงแหลมสูงนี้ มาจากอุปกรณ์เล็กๆ ที่เรียกว่า <strong>&#8220;ตัวเตือนผ้าเบรกหมด&#8221; (Brake Pad Wear Indicator)</strong> ซึ่งเป็นแผ่นโลหะบางๆ ที่ติดตั้งอยู่กับผ้าเบรก</p>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>กลไกการทำงาน:</strong> เมื่อคุณใช้งานรถยนต์ ผ้าเบรกจะค่อยๆ สึกหรอและบางลงเรื่อยๆ เมื่อความหนาของเนื้อผ้าเบรกเหลือต่ำกว่ากำหนด (มักจะประมาณ 2-3 มิลลิเมตร) แผ่นโลหะตัวเตือนนี้จะยื่นออกมาสัมผัสกับจานเบรกที่กำลังหมุนโดยตรง</li>



<li><strong>ผลลัพธ์:</strong> การเสียดสีระหว่างโลหะกับโลหะในขณะที่ล้อหมุนด้วยความเร็วสูง ทำให้เกิดแรงสั่นสะเทือนถี่สูงและกลายเป็นเสียงแหลมที่คุณได้ยินนั่นเอง นี่คือ <strong>&#8220;ระบบเตือนภัยแบบกลไก&#8221;</strong> ที่ถูกออกแบบมาเพื่อบังคับให้ผู้ขับขี่ทราบว่าผ้าเบรกหมดอายุการใช้งานแล้ว</li>
</ul>



<h2 class="wp-block-heading" id="h-สาเหต-อ-นๆ-ท-อาจเป-นไปได-แม-จะพบน-อยกว-า">สาเหตุอื่นๆ ที่อาจเป็นไปได้ (แม้จะพบน้อยกว่า)</h2>



<p>แม้เสียงจี๊ดๆ ส่วนใหญ่จะหมายถึงผ้าเบรกหมด แต่บางครั้งอาจเกิดจากสาเหตุอื่นได้เช่นกัน:</p>



<ol start="1" class="wp-block-list">
<li><strong>สิ่งสกปรกแทรกซึม:</strong> เศษฝุ่นหินเล็กๆ หรือคราบดินอาจเข้าไปติดอยู่ระหว่างผ้าเบรกและจานเบรก ทำให้เกิดเสียงเสียดสีชั่วคราวขณะเบรก</li>



<li><strong>จานเบรกเป็นรอยหรือคด:</strong> หากจานเบรกมีความไม่เรียบ สึกหรอไม่เท่ากัน หรือมีสนิมเกาะมาก การจับของผ้าเบรกอาจไม่สมบูรณ์และส่งเสียงดัง</li>



<li><strong>คุณภาพผ้าเบรก:</strong> ผ้าเบรกบางเกรดที่มีส่วนผสมของโลหะสูง (Semi-metallic) อาจมีธรรมชาติที่ส่งเสียงดังได้ง่ายกว่าผ้าเบรกเกรดนิ่ม</li>
</ol>



<h2 class="wp-block-heading" id="h-ปล-อยท-งไว-อ-นตรายอย-างไร"><strong>ปล่อยทิ้งไว้ อันตรายอย่างไร?</strong></h2>



<p>การเพิกเฉยต่อเสียงเตือนนี้ถือเป็นความเสี่ยงอย่างยิ่ง:</p>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>ประสิทธิภาพเบรกลดลง:</strong> เมื่อเนื้อผ้าเบรกหมดเกลี้ยว แรงเสียดทานที่จะหยุดรถจะลดลงอย่างมาก ทำให้ระยะเบรกยาวขึ้น</li>



<li><strong>จานเบรกเสียหายรุนแรง:</strong> แผ่นเหล็กฐานรองผ้าเบรกจะขูดกับจานเบรกโดยตรง ทำให้จานเบรกเป็นรอยลึก คดงอ หรือไหม้ จนไม่สามารถเจียรใหม่ได้และต้องเปลี่ยนจานเบรกทั้งชุด ซึ่งมีค่าใช้จ่ายสูงกว่ามาก</li>
</ul>



<h2 class="wp-block-heading" id="h-คำแนะนำและการป-องก-น">คำแนะนำและการป้องกัน</h2>



<p>เพื่อความปลอดภัยสูงสุดและป้องกันค่าซ่อมบานปลาย:</p>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>ฟังเสียงอย่างตั้งใจ:</strong> หากได้ยินเสียงจี๊ดๆ ต่อเนื่องทุกครั้งที่เบรก ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าผ้าเบรกหมด</li>



<li><strong>ตรวจเช็กตามระยะ:</strong> ควรนำรถเข้าตรวจเช็กความหนาผ้าเบรกทุกๆ 10,000 กิโลเมตร หรือพร้อมกับการสลับยาง</li>



<li><strong>เปลี่ยนทันที:</strong> หากพบว่าผ้าเบรกบางกว่า 3 มิลลิเมตร ควรทำการเปลี่ยนใหม่ทันทีโดยเลือกใช้ผลิตภัณฑ์มาตรฐานสูง</li>
</ul>



<p><strong>&#8220;อย่าปล่อยให้เสียงเล็กๆ กลายเป็นปัญหารอบใหญ่ ตรวจเช็กระบบเบรกของคุณวันนี้ BOC พร้อมอยู่เคียงข้างทุกการเดินทางอย่างมั่นใจ&#8221;</strong></p>



<p></p>
<div style="margin: 20px 0;"><div class="qrcswholewtapper" style="text-align:left;"><div class="qrcprowrapper"  id="qrcwraa3leds"><div class="qrc_canvass" id="qrc_cuttenpages_3" style="display:inline-block" data-text="https://bocbrand.com/%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b8%94%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%88%e0%b8%b5%e0%b9%8a%e0%b8%94%e0%b9%86-%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%8d/"></div><div><a download="เบรกมีเสียงดังจี๊ดๆ: สัญญาณเตือนที่ไม่ควรละเลย!.png" class="qrcdownloads" id="worign">
           <button type="button" style="min-width:200px;background:#c8fd8c;color:#000;font-weight: 600;border: 1px solid #44d813;border-radius:20px;font-size:12px;padding: 6px 0;" class="uqr_code_btn">Download QR</button>
           </a></div></div></div></div><p>The post <a href="https://bocbrand.com/%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b8%94%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%88%e0%b8%b5%e0%b9%8a%e0%b8%94%e0%b9%86-%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%8d/">เบรกมีเสียงดังจี๊ดๆ: สัญญาณเตือนที่ไม่ควรละเลย!</a> appeared first on <a href="https://bocbrand.com">BOC </a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://bocbrand.com/%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b8%94%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%88%e0%b8%b5%e0%b9%8a%e0%b8%94%e0%b9%86-%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%8d/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>น้ำมันเบรก… เปลี่ยนตอนไหนดี? (Brake Fluid Maintenance)</title>
		<link>https://bocbrand.com/%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%81-%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%84/</link>
					<comments>https://bocbrand.com/%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%81-%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%84/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ktn-admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 05 May 2026 03:04:34 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Tips]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://bocbrand.com/?p=15405</guid>

					<description><![CDATA[<p>น้ำมันเบรกเปรียบเสมือน &#8220;ตัวกลาง&#8221; ที่สำคัญที่สุดในระบบเบรกแบบไฮดรอลิก ทำหน้าที่ส่งแรงดันจากแป้นเบรกไปยังลูกสูบเบรกเพื่อกดผ้าเบรกให้หยุดล้อ แต่ผู้ใช้รถหลายท่านมักละเลยการดูแลส่วนนี้เพียงเพราะเห็นว่าปริมาณน้ำมันในกระปุกยังมีอยู่ ซึ่งในความเป็นจริง คุณภาพของน้ำมันสำคัญไม่แพ้ปริมาณครับ ทำไมน้ำมันเบรกถึงมีอายุการใช้งาน? น้ำมันเบรกมีคุณสมบัติเฉพาะที่เรียกว่า Hygroscopic หรือการดูดซับความชื้นจากอากาศได้ง่าย แม้จะเป็นระบบปิดแต่ความชื้นสามารถแทรกซึมผ่านขอบยางหรือซีลต่างๆ ได้ตามกาลเวลา อันตรายจาก &#8220;Vapor Lock&#8221; (อาการเบรกหาย) เมื่อคุณต้องเบรกกะทันหันหรือเบรกต่อเนื่อง (เช่น การขับรถลงเขา) จะเกิดความร้อนสูงสะสมที่จานเบรกและส่งผ่านไปยังน้ำมันเบรก หากน้ำมันเบรกมีส่วนผสมของน้ำมากเกินไป น้ำจะเดือดจนกลายเป็นไอและเกิดฟองอากาศในระบบ 5 สัญญาณเตือนที่ต้องรีบตรวจเช็ก 1.สีของน้ำมันเปลี่ยนไป: น้ำมันเบรกใหม่ควรมีสีเหลืองใส หากเริ่มเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลเข้มหรือดำ แสดงว่าเสื่อมสภาพและสะสมสิ่งสกปรกไว้มาก 2.ระยะเหยียบเปลี่ยน: รู้สึกว่าต้องออกแรงเหยียบเบรกลึกกว่าเดิม หรือแป้นเบรกมีความรู้สึก &#8220;หยุ่นๆ&#8221; คล้ายเหยียบฟองน้ำ 3.ไฟเตือนบนหน้าปัด: หากไฟสัญลักษณ์เบรก (เครื่องหมายอัศเจรีย์) ปรากฏ อาจหมายถึงระดับน้ำมันต่ำเกินไปหรือมีความผิดปกติในระบบแรงดัน 4.เสียงและกลิ่น: มีเสียงดังผิดปกติขณะเบรก หรือมีกลิ่นไหม้โชยออกมาหลังจากใช้งานเบรกหนัก 5.น้ำมันรั่วซึม: พบรอยน้ำมันบริเวณล้อรถหรือใต้ท้องรถ ซึ่งอาจเกิดจากซีลยางเสื่อมสภาพ คำแนะนำการบำรุงรักษาจากผู้เชี่ยวชาญ จัดเตรียมเนื้อหาบทความเรื่องน้ำมันเบรกแบบเจาะลึก เพื่อใช้สื่อสารกับลูกค้าและพันธมิตรทางธุรกิจของ BOC ให้เข้าใจถึงความสำคัญเชิงเทคนิคและความปลอดภัย ดังนี้ครับ 3. น้ำมันเบรก&#8230; เปลี่ยนตอนไหนดี? (Brake [...]</p>
<p>The post <a href="https://bocbrand.com/%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%81-%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%84/">น้ำมันเบรก… เปลี่ยนตอนไหนดี? (Brake Fluid Maintenance)</a> appeared first on <a href="https://bocbrand.com">BOC </a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[


<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" width="1024" height="559" src="https://bocbrand.com/wp-content/uploads/2026/05/Gemini_Generated_Image_qlqsooqlqsooqlqs-1024x559.png" alt="" class="wp-image-15406" srcset="https://bocbrand.com/wp-content/uploads/2026/05/Gemini_Generated_Image_qlqsooqlqsooqlqs-1024x559.png 1024w, https://bocbrand.com/wp-content/uploads/2026/05/Gemini_Generated_Image_qlqsooqlqsooqlqs-300x164.png 300w, https://bocbrand.com/wp-content/uploads/2026/05/Gemini_Generated_Image_qlqsooqlqsooqlqs-768x419.png 768w, https://bocbrand.com/wp-content/uploads/2026/05/Gemini_Generated_Image_qlqsooqlqsooqlqs-600x328.png 600w, https://bocbrand.com/wp-content/uploads/2026/05/Gemini_Generated_Image_qlqsooqlqsooqlqs.png 1407w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>น้ำมันเบรกเปรียบเสมือน &#8220;ตัวกลาง&#8221; ที่สำคัญที่สุดในระบบเบรกแบบไฮดรอลิก ทำหน้าที่ส่งแรงดันจากแป้นเบรกไปยังลูกสูบเบรกเพื่อกดผ้าเบรกให้หยุดล้อ แต่ผู้ใช้รถหลายท่านมักละเลยการดูแลส่วนนี้เพียงเพราะเห็นว่าปริมาณน้ำมันในกระปุกยังมีอยู่ ซึ่งในความเป็นจริง คุณภาพของน้ำมันสำคัญไม่แพ้ปริมาณครับ</p>



<h2 class="wp-block-heading" id="h-ทำไมน-ำม-นเบรกถ-งม-อาย-การใช-งาน">ทำไมน้ำมันเบรกถึงมีอายุการใช้งาน?</h2>



<p>น้ำมันเบรกมีคุณสมบัติเฉพาะที่เรียกว่า <strong>Hygroscopic</strong> หรือการดูดซับความชื้นจากอากาศได้ง่าย แม้จะเป็นระบบปิดแต่ความชื้นสามารถแทรกซึมผ่านขอบยางหรือซีลต่างๆ ได้ตามกาลเวลา</p>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>จุดเดือดลดลง</strong>: เมื่อความชื้นสะสมมากขึ้น จุดเดือดของน้ำมันเบรกจะลดต่ำลงอย่างรวดเร็ว</li>



<li><strong>การกัดกร่อน</strong>: ความชื้นที่สะสมจะกลายเป็นน้ำ ซึ่งส่งผลให้เกิดสนิมและการกัดกร่อนภายในกระบอกเบรก ปั๊ม ABS และส่วนประกอบที่เป็นโลหะในระบบเบรก</li>
</ul>



<h2 class="wp-block-heading" id="h-อ-นตรายจาก-vapor-lock-อาการเบรกหาย"><strong>อันตรายจาก &#8220;Vapor Lock&#8221; (อาการเบรกหาย)</strong></h2>



<p>เมื่อคุณต้องเบรกกะทันหันหรือเบรกต่อเนื่อง (เช่น การขับรถลงเขา) จะเกิดความร้อนสูงสะสมที่จานเบรกและส่งผ่านไปยังน้ำมันเบรก หากน้ำมันเบรกมีส่วนผสมของน้ำมากเกินไป น้ำจะเดือดจนกลายเป็นไอและเกิดฟองอากาศในระบบ</p>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>อาการเบรกจม</strong>: ฟองอากาศสามารถถูกบีบอัดได้ ต่างจากของเหลว ทำให้เมื่อคุณเหยียบเบรก แรงดันจะไปตกอยู่ที่การบีบอัดฟองอากาศแทนที่จะไปดันผ้าเบรก</li>



<li><strong>ผลลัพธ์</strong>: แป้นเบรกจะรู้สึกนิ่ม จมลึกถึงพื้นรถ และรถไม่หยุดตามปกติ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของอุบัติเหตุที่คาดไม่ถึง</li>
</ul>



<h2 class="wp-block-heading" id="h-5-ส-ญญาณเต-อนท-ต-องร-บตรวจเช-ก">5 สัญญาณเตือนที่ต้องรีบตรวจเช็ก</h2>



<p>1.<strong>สีของน้ำมันเปลี่ยนไป</strong>: น้ำมันเบรกใหม่ควรมีสีเหลืองใส หากเริ่มเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลเข้มหรือดำ แสดงว่าเสื่อมสภาพและสะสมสิ่งสกปรกไว้มาก</p>



<p><strong>2.ระยะเหยียบเปลี่ยน</strong>: รู้สึกว่าต้องออกแรงเหยียบเบรกลึกกว่าเดิม หรือแป้นเบรกมีความรู้สึก &#8220;หยุ่นๆ&#8221; คล้ายเหยียบฟองน้ำ</p>



<p>3.<strong>ไฟเตือนบนหน้าปัด</strong>: หากไฟสัญลักษณ์เบรก (เครื่องหมายอัศเจรีย์) ปรากฏ อาจหมายถึงระดับน้ำมันต่ำเกินไปหรือมีความผิดปกติในระบบแรงดัน</p>



<p><strong>4.เสียงและกลิ่น</strong>: มีเสียงดังผิดปกติขณะเบรก หรือมีกลิ่นไหม้โชยออกมาหลังจากใช้งานเบรกหนัก</p>



<p>5.<strong>น้ำมันรั่วซึม</strong>: พบรอยน้ำมันบริเวณล้อรถหรือใต้ท้องรถ ซึ่งอาจเกิดจากซีลยางเสื่อมสภาพ</p>



<h2 class="wp-block-heading" id="h-คำแนะนำการบำร-งร-กษาจากผ-เช-ยวชาญ">คำแนะนำการบำรุงรักษาจากผู้เชี่ยวชาญ</h2>



<p>จัดเตรียมเนื้อหาบทความเรื่องน้ำมันเบรกแบบเจาะลึก เพื่อใช้สื่อสารกับลูกค้าและพันธมิตรทางธุรกิจของ <strong>BOC</strong> ให้เข้าใจถึงความสำคัญเชิงเทคนิคและความปลอดภัย ดังนี้ครับ</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity" />



<h2 class="wp-block-heading">3. น้ำมันเบรก&#8230; เปลี่ยนตอนไหนดี? (Brake Fluid Maintenance)</h2>



<p>น้ำมันเบรกเปรียบเสมือน &#8220;ตัวกลาง&#8221; ที่สำคัญที่สุดในระบบเบรกแบบไฮดรอลิก ทำหน้าที่ส่งแรงดันจากแป้นเบรกไปยังลูกสูบเบรกเพื่อกดผ้าเบรกให้หยุดล้อ แต่ผู้ใช้รถหลายท่านมักละเลยการดูแลส่วนนี้เพียงเพราะเห็นว่าปริมาณน้ำมันในกระปุกยังมีอยู่ ซึ่งในความเป็นจริง คุณภาพของน้ำมันสำคัญไม่แพ้ปริมาณครับ</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ทำไมน้ำมันเบรกถึงมีอายุการใช้งาน?</strong></h3>



<p>น้ำมันเบรกมีคุณสมบัติเฉพาะที่เรียกว่า <strong>Hygroscopic</strong> หรือการดูดซับความชื้นจากอากาศได้ง่าย แม้จะเป็นระบบปิดแต่ความชื้นสามารถแทรกซึมผ่านขอบยางหรือซีลต่างๆ ได้ตามกาลเวลา</p>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>จุดเดือดลดลง</strong>: เมื่อความชื้นสะสมมากขึ้น จุดเดือดของน้ำมันเบรกจะลดต่ำลงอย่างรวดเร็ว</li>



<li><strong>การกัดกร่อน</strong>: ความชื้นที่สะสมจะกลายเป็นน้ำ ซึ่งส่งผลให้เกิดสนิมและการกัดกร่อนภายในกระบอกเบรก ปั๊ม ABS และส่วนประกอบที่เป็นโลหะในระบบเบรก</li>
</ul>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>อันตรายจาก &#8220;Vapor Lock&#8221; (อาการเบรกหาย)</strong></h3>



<p>เมื่อคุณต้องเบรกกะทันหันหรือเบรกต่อเนื่อง (เช่น การขับรถลงเขา) จะเกิดความร้อนสูงสะสมที่จานเบรกและส่งผ่านไปยังน้ำมันเบรก หากน้ำมันเบรกมีส่วนผสมของน้ำมากเกินไป น้ำจะเดือดจนกลายเป็นไอและเกิดฟองอากาศในระบบ</p>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>อาการเบรกจม</strong>: ฟองอากาศสามารถถูกบีบอัดได้ ต่างจากของเหลว ทำให้เมื่อคุณเหยียบเบรก แรงดันจะไปตกอยู่ที่การบีบอัดฟองอากาศแทนที่จะไปดันผ้าเบรก</li>



<li><strong>ผลลัพธ์</strong>: แป้นเบรกจะรู้สึกนิ่ม จมลึกถึงพื้นรถ และรถไม่หยุดตามปกติ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของอุบัติเหตุที่คาดไม่ถึง</li>
</ul>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>5 สัญญาณเตือนที่ต้องรีบตรวจเช็ก</strong></h3>



<ol start="1" class="wp-block-list">
<li><strong>สีของน้ำมันเปลี่ยนไป</strong>: น้ำมันเบรกใหม่ควรมีสีเหลืองใส หากเริ่มเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลเข้มหรือดำ แสดงว่าเสื่อมสภาพและสะสมสิ่งสกปรกไว้มาก</li>



<li><strong>ระยะเหยียบเปลี่ยน</strong>: รู้สึกว่าต้องออกแรงเหยียบเบรกลึกกว่าเดิม หรือแป้นเบรกมีความรู้สึก &#8220;หยุ่นๆ&#8221; คล้ายเหยียบฟองน้ำ</li>



<li><strong>ไฟเตือนบนหน้าปัด</strong>: หากไฟสัญลักษณ์เบรก (เครื่องหมายอัศเจรีย์) ปรากฏ อาจหมายถึงระดับน้ำมันต่ำเกินไปหรือมีความผิดปกติในระบบแรงดัน</li>



<li><strong>เสียงและกลิ่น</strong>: มีเสียงดังผิดปกติขณะเบรก หรือมีกลิ่นไหม้โชยออกมาหลังจากใช้งานเบรกหนัก</li>



<li><strong>น้ำมันรั่วซึม</strong>: พบรอยน้ำมันบริเวณล้อรถหรือใต้ท้องรถ ซึ่งอาจเกิดจากซีลยางเสื่อมสภาพ</li>
</ol>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>คำแนะนำการบำรุงรักษาจากผู้เชี่ยวชาญ</strong></h3>



<p>เพื่อให้ระบบเบรกทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพและปลอดภัยที่สุด:</p>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>ระยะเวลาเปลี่ยนถ่าย</strong>: ควรเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเบรกทุกๆ <strong>1-2 ปี</strong> หรือทุก <strong>40,000 กิโลเมตร</strong> (หรือเร็วกว่านั้นหากใช้งานในพื้นที่ที่มีความชื้นสูงหรือใช้งานหนัก)</li>



<li><strong>เลือกใช้น้ำมันคุณภาพ</strong>: ควรเลือกใช้น้ำมันเบรกที่ได้รับมาตรฐาน (เช่น DOT 3 หรือ DOT 4 ตามที่คู่มือรถกำหนด) เพื่อการทนทานต่อความร้อนที่เหมาะสม</li>
</ul>



<p><strong>&#8220;การป้องกันย่อมดีกว่าการแก้ไข อย่าปล่อยให้ชีวิตฝากไว้กับน้ำมันเบรกที่เสื่อมสภาพ ตรวจเช็กระบบเบรกของคุณวันนี้ด้วยผลิตภัณฑ์มาตรฐาน</strong>&#8220;</p>



<p></p>
<div style="margin: 20px 0;"><div class="qrcswholewtapper" style="text-align:left;"><div class="qrcprowrapper"  id="qrcwraa5leds"><div class="qrc_canvass" id="qrc_cuttenpages_5" style="display:inline-block" data-text="https://bocbrand.com/%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%81-%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%84/"></div><div><a download="น้ำมันเบรก… เปลี่ยนตอนไหนดี? (Brake Fluid Maintenance).png" class="qrcdownloads" id="worign">
           <button type="button" style="min-width:200px;background:#c8fd8c;color:#000;font-weight: 600;border: 1px solid #44d813;border-radius:20px;font-size:12px;padding: 6px 0;" class="uqr_code_btn">Download QR</button>
           </a></div></div></div></div><p>The post <a href="https://bocbrand.com/%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%81-%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%84/">น้ำมันเบรก… เปลี่ยนตอนไหนดี? (Brake Fluid Maintenance)</a> appeared first on <a href="https://bocbrand.com">BOC </a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://bocbrand.com/%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%81-%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%84/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ล้อฟรีหน้าฝน อันตราย!! เช็คเบรกให้พร้อมก่อนเดินทาง</title>
		<link>https://bocbrand.com/%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%9f%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%9d%e0%b8%99-%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a2-%e0%b9%80%e0%b8%8a/</link>
					<comments>https://bocbrand.com/%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%9f%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%9d%e0%b8%99-%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a2-%e0%b9%80%e0%b8%8a/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ktn-admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 10 Apr 2024 03:45:21 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Tips]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://bocbrand.com/?p=10912</guid>

					<description><![CDATA[<p>“ฤดูฝน” เป็นช่วงที่เสี่ยงเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์มากกว่าปกติ จากทัศนวิสัยที่ไม่ค่อยดี และถนนที่เปียกลื่น ทำให้ต้องควบคุมรถอย่างระมัดระวังมากขึ้นเท่าตัว ดังนั้นทุกคนควรเช็กการทำงานของรถให้ดีก่อนออกเดินทางทุกครั้ง โดยเฉพาะเรื่องเบรกที่ต้องสังเกตบ่อย ๆ เพราะเป็นส่วนที่ช่วยเรื่องความปลอดภัยเป็นอันดับแรก ๆ แต่จะมีวิธีเช็กยังไงบ้าง? ครั้งนี้เรามีคำแนะนำในการเช็กเบรก 2 Step ง่าย ๆ มาฝากกันครับ Step 1 : เริ่มจากการเช็กผ้าเบรก ควรเช็กและสังเกตปริมาณผ้าเบรกเบื้องต้น ซึ่งมีอยู่หลายวิธีที่สามารถทำได้ด้วยตัวเอง ดังนี้ สังเกตเวลาเหยียบเบรก หากต้องเหยียบลึกมากกว่าปกติ หรือเหยียบแล้วรถยังไม่ชะลอต้องเหยียบย้ำหลายครั้ง เป็นสัญญาณชี้ชัด ว่าผ้าเบรกเหลือน้อย ดึงเบรกมือสูงขึ้นกว่าปกติ หากต้องดึงเบรกมือสูงขึ้นกว่าทุกครั้ง นั่นหมายความว่าผ้าเบรกอาจพร่องลงไป หรือมีปัญหาเรื่องการรั่วซึมของน้ำมันเบรก ควรรีบเข้าศูนย์บริการทันทีเพื่อความปลอดภัย สังเกตไฟเตือนบนหน้าปัด ไฟเตือนจะขึ้นเมื่อส่วนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับเบรกเกิดความผิดปกติ เช่น ผ้าเบรกเหลือน้อยกว่ากำหนด น้ำมันเบรกขาด หรือสายน้ำมันเบรกรั่ว หากปล่อยทิ้งไว้นานอาจเป็นอันตราย แนะนำให้รีบเข้าศูนย์บริการทันที Step 2 : เช็กน้ำมันเบรก น้ำมันเบรกมีความเกี่ยวเนื่องกันโดยตรง ยิ่งผ้าเบรกพร่องลงไปเท่าไหร่ น้ำมันเบรกก็จะลดลงตามไปด้วย เพราะลูกสูบในคาร์ลิปเปอร์เบรกจะดันผ้าเบรกที่บางลงให้จับจานเบรกได้แน่นขึ้น ทำให้น้ำมันเบรกถูกใช้งานไป เราสามารถเช็กน้ำมันเบรกได้ง่าย ๆ [...]</p>
<p>The post <a href="https://bocbrand.com/%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%9f%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%9d%e0%b8%99-%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a2-%e0%b9%80%e0%b8%8a/">ล้อฟรีหน้าฝน อันตราย!! เช็คเบรกให้พร้อมก่อนเดินทาง</a> appeared first on <a href="https://bocbrand.com">BOC </a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>“ฤดูฝน” เป็นช่วงที่เสี่ยงเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์มากกว่าปกติ จากทัศนวิสัยที่ไม่ค่อยดี และถนนที่เปียกลื่น ทำให้ต้องควบคุมรถอย่างระมัดระวังมากขึ้นเท่าตัว ดังนั้นทุกคนควรเช็กการทำงานของรถให้ดีก่อนออกเดินทางทุกครั้ง โดยเฉพาะเรื่องเบรกที่ต้องสังเกตบ่อย ๆ เพราะเป็นส่วนที่ช่วยเรื่องความปลอดภัยเป็นอันดับแรก ๆ แต่จะมีวิธีเช็กยังไงบ้าง? ครั้งนี้เรามีคำแนะนำในการเช็กเบรก 2 Step ง่าย ๆ มาฝากกันครับ</p>



<p>Step 1 : เริ่มจากการเช็กผ้าเบรก</p>



<p>ควรเช็กและสังเกตปริมาณผ้าเบรกเบื้องต้น <a></a>ซึ่งมีอยู่หลายวิธีที่สามารถทำได้ด้วยตัวเอง ดังนี้</p>



<p>สังเกตเวลาเหยียบเบรก หากต้องเหยียบลึกมากกว่าปกติ หรือเหยียบแล้วรถยังไม่ชะลอต้องเหยียบย้ำหลายครั้ง เป็นสัญญาณชี้ชัด ว่าผ้าเบรกเหลือน้อย</p>



<p>ดึงเบรกมือสูงขึ้นกว่าปกติ หากต้องดึงเบรกมือสูงขึ้นกว่าทุกครั้ง นั่นหมายความว่าผ้าเบรกอาจพร่องลงไป หรือมีปัญหาเรื่องการรั่วซึมของน้ำมันเบรก ควรรีบเข้าศูนย์บริการทันทีเพื่อความปลอดภัย</p>



<p>สังเกตไฟเตือนบนหน้าปัด ไฟเตือนจะขึ้นเมื่อส่วนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับเบรกเกิดความผิดปกติ เช่น ผ้าเบรกเหลือน้อยกว่ากำหนด น้ำมันเบรกขาด หรือสายน้ำมันเบรกรั่ว หากปล่อยทิ้งไว้นานอาจเป็นอันตราย แนะนำให้รีบเข้าศูนย์บริการทันที</p>



<p>Step 2 : เช็กน้ำมันเบรก</p>



<p>น้ำมันเบรกมีความเกี่ยวเนื่องกันโดยตรง ยิ่งผ้าเบรกพร่องลงไปเท่าไหร่ น้ำมันเบรกก็จะลดลงตามไปด้วย เพราะลูกสูบในคาร์ลิปเปอร์เบรกจะดันผ้าเบรกที่บางลงให้จับจานเบรกได้แน่นขึ้น ทำให้น้ำมันเบรกถูกใช้งานไป เราสามารถเช็กน้ำมันเบรกได้ง่าย ๆ จากใต้ฝากระโปรง โดยสังเกตที่กระปุกน้ำมันเบรก ถ้าพึ่งเติมจะอยู่ในระดับที่คำว่า Max แต่ถ้าน้ำมันเบรกลดลงไปใกล้ขีดคำว่า Min นั่นเป็นสัญญาณเตือนว่าควรเติมได้แล้ว</p>



<p>น้ำมันเบรกที่มีมาตรฐานดูยังไง เลือกแบบไหนเหมาะที่สุด</p>



<p>น้ำมันเบรกมีเกณฑ์มาตรฐานการรับรองจากหน่วยงานระดับสากลหลายราย สำหรับมาตรฐานที่นิยมใช้กันมากที่สุดคือ DOT ย่อมาจาก Department of Transportation ซึ่งเป็นมาตรฐานหลักจากสหรัฐอเมริกา แบ่งเกรดตามอุณหภูมิจุดเดือดของน้ำมันเบรก คือ จุดเดือดแบบแห้ง (Dry Boiling Point) และจุดเดือดเปียก (Wet Boiling Point)</p>



<p>จุดเดือดแบบแห้ง จะวัดจากน้ำมันเบรกใหม่ที่ไม่มีส่วนผสมของน้ำเลย ส่วนจุดเดือดแบบเปียกจะวัดจากน้ำมันเบรกที่มีน้ำผสมลงไปไม่เกิน 3.7% ทำให้จุดเดือดของน้ำมันเบรกลดลง ส่งผลให้เบรกใช้งานได้ไม่เต็มที่ และน้ำมันเบรกเสื่อมสภาพ หากน้ำมันเบรกมีความร้อนถึงจุดเดือดบ่อย ๆ จะทำให้จุดเดือดของน้ำมันเบรกต่ำลงไปเรื่อย ๆ จากความชื้นที่เพิ่มเข้ามา เพราะเวลาน้ำเดือดจะทำให้เกิดไอน้ำอยู่ภายในกระปุก</p>



<p>สำหรับเกรดน้ำมันเบรกที่รถยนต์นิยมใช้มากที่สุดคือ DOT 3 และ DOT 4 ซึ่ง 2 เกรดนี้ต่างกันที่ DOT 4 จะมีจุดเดือดสูงกว่า เหมาะสำหรับเบรกและคลัตช์ ของรถทุกชนิดที่ระบุให้ใช้น้ำมันเบรกมาตรฐาน DOT3 หรือ DOT4 โดยเฉพาะรถรุ่นใหม่ที่ติดตั้งระบบอิเลคทรอนิกส์ เพื่อช่วยเสริมสร้างความปลอดภัยในการเบรกและการควบคุมรถ เช่น ระบบ ABS, EBD, BA, VSC TRC และอื่นๆ รวมถึงรถยนต์ที่ใช้ความเร็วสูง แต่ก็ขึ้นอยู่กับความต้องการของรถยนต์แต่ละรุ่นด้วย เพราะถ้าใช้ผิดประเภทอาจทำให้เบรกใช่งานไม่ได้</p>
<div style="margin: 20px 0;"><div class="qrcswholewtapper" style="text-align:left;"><div class="qrcprowrapper"  id="qrcwraa7leds"><div class="qrc_canvass" id="qrc_cuttenpages_7" style="display:inline-block" data-text="https://bocbrand.com/%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%9f%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%9d%e0%b8%99-%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a2-%e0%b9%80%e0%b8%8a/"></div><div><a download="ล้อฟรีหน้าฝน อันตราย!! เช็คเบรกให้พร้อมก่อนเดินทาง.png" class="qrcdownloads" id="worign">
           <button type="button" style="min-width:200px;background:#c8fd8c;color:#000;font-weight: 600;border: 1px solid #44d813;border-radius:20px;font-size:12px;padding: 6px 0;" class="uqr_code_btn">Download QR</button>
           </a></div></div></div></div><p>The post <a href="https://bocbrand.com/%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%9f%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%9d%e0%b8%99-%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a2-%e0%b9%80%e0%b8%8a/">ล้อฟรีหน้าฝน อันตราย!! เช็คเบรกให้พร้อมก่อนเดินทาง</a> appeared first on <a href="https://bocbrand.com">BOC </a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://bocbrand.com/%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%9f%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%9d%e0%b8%99-%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a2-%e0%b9%80%e0%b8%8a/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เบรคมือมีปัญหาเกิดจาก?</title>
		<link>https://bocbrand.com/%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81/</link>
					<comments>https://bocbrand.com/%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ktnltd]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 25 Jan 2021 06:13:03 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Tips]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://bocbrand.com/?p=10132</guid>

					<description><![CDATA[<p>เบรคมือ หรือที่เรียกว่า Parking Brake ถูกออกแบบมาไว้สำหรับใช้งานในขณะที่รถจอดอยู่นิ่งๆ ซึ่งผู้ขับขี่เองไม่ควรดึง เบรคมือ ขณะที่รถกำลังเคลื่อนไหว และ เบรคมือ ถือว่าเป็นส่วนสำคัญและมีประโยชน์ต่อผู้ขับขี่เอง ส่วนใหญ่เราจะใช้ เบรคมือ ก็ต่อเมื่อมีอาการไหลของรถยนต์ เช่น จอดรถในที่ลาดชัน หรือจอดรถพื้นที่ที่มีถนนไม่เรียบ เป็นต้น และบางครั้ง เบรคมือ ก็เป็นอุปกรณ์ที่สามารถช่วยไม่ให้เกิดอุบัติเหตุต่อทรัพย์สินและตัวคุณเองได้เมื่อการจราจรติดขัดหรือรถติดไฟแดงเป็นระยะเวลานาน ควรใส่เกียร์ว่าง แล้วดึง เบรคมือ ไว้ เพราะความปลอดภัย อีกอย่างถ้ามีรถคันข้างหลังเบรคไม่ทันแล้วเกิดการชนท้ายรถขึ้นมาอย่างเต็มแรง รถของคุณจะได้ไม่พุ่งไปชนกับรถคันข้างหน้าหรือสิ่งกีดขวางข้างหน้า (แต่ไม่ควรใส่เกียร์ P ไว้ เพราะถ้าถูกชนท้ายเข้าอย่างรุนแรง เกียร์จะได้รับความเสียหายอย่างหนัก) แต่เมื่อเวลาที่รถเคลื่อนตัวแล้วต้องอย่าลืมปลด เบรคมือ ลง ไม่เช่นนั้น จะทำให้เบรคชำรุดเสียหายง่ายแล้ว ยังต้องเสียเงินค่าซ่อมแซม แถมทำให้เกิดอันตรายต่อตัวรถและตัวคุณอีกด้วยแต่ถ้าคุณกำลังเผชิญปัญหากับ เบรคมือ… ที่ตอนดึง เบรคมือ แล้วยาวขึ้นเรื่อยๆ ตลอดจนเมื่อดึง เบรคมือ แล้วแต่รถก็ยังไหลอยู่ แถมยังมีเสียงจากใต้ท้องรถอีกต่างหาก นั่นแสดงว่า เบรคมือ ของคุณเริ่มมีปัญหาซะแล้ว ฉะนั้นคุณควรรีบแก้ไขเพื่อความปลอดภัย แต่บางครั้งอาจเกิดจากสาเหตุชิ้นส่วนเหล่านี้ก็ได้ เช่น ผ้าเบรคลื่น, [...]</p>
<p>The post <a href="https://bocbrand.com/%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81/">เบรคมือมีปัญหาเกิดจาก?</a> appeared first on <a href="https://bocbrand.com">BOC </a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>เบรคมือ หรือที่เรียกว่า Parking Brake ถูกออกแบบมาไว้สำหรับใช้งานในขณะที่รถจอดอยู่นิ่งๆ ซึ่งผู้ขับขี่เองไม่ควรดึง เบรคมือ ขณะที่รถกำลังเคลื่อนไหว และ เบรคมือ ถือว่าเป็นส่วนสำคัญและมีประโยชน์ต่อผู้ขับขี่เอง ส่วนใหญ่เราจะใช้ เบรคมือ ก็ต่อเมื่อมีอาการไหลของรถยนต์ เช่น จอดรถในที่ลาดชัน หรือจอดรถพื้นที่ที่มีถนนไม่เรียบ เป็นต้น และบางครั้ง เบรคมือ ก็เป็นอุปกรณ์ที่สามารถช่วยไม่ให้เกิดอุบัติเหตุต่อทรัพย์สินและตัวคุณเองได้เมื่อการจราจรติดขัดหรือรถติดไฟแดงเป็นระยะเวลานาน ควรใส่เกียร์ว่าง แล้วดึง เบรคมือ ไว้ เพราะความปลอดภัย อีกอย่างถ้ามีรถคันข้างหลังเบรคไม่ทันแล้วเกิดการชนท้ายรถขึ้นมาอย่างเต็มแรง รถของคุณจะได้ไม่พุ่งไปชนกับรถคันข้างหน้าหรือสิ่งกีดขวางข้างหน้า (แต่ไม่ควรใส่เกียร์ P ไว้ เพราะถ้าถูกชนท้ายเข้าอย่างรุนแรง เกียร์จะได้รับความเสียหายอย่างหนัก) แต่เมื่อเวลาที่รถเคลื่อนตัวแล้วต้องอย่าลืมปลด เบรคมือ ลง ไม่เช่นนั้น จะทำให้เบรคชำรุดเสียหายง่ายแล้ว ยังต้องเสียเงินค่าซ่อมแซม แถมทำให้เกิดอันตรายต่อตัวรถและตัวคุณอีกด้วยแต่ถ้าคุณกำลังเผชิญปัญหากับ เบรคมือ… ที่ตอนดึง เบรคมือ แล้วยาวขึ้นเรื่อยๆ ตลอดจนเมื่อดึง เบรคมือ แล้วแต่รถก็ยังไหลอยู่ แถมยังมีเสียงจากใต้ท้องรถอีกต่างหาก นั่นแสดงว่า เบรคมือ ของคุณเริ่มมีปัญหาซะแล้ว ฉะนั้นคุณควรรีบแก้ไขเพื่อความปลอดภัย แต่บางครั้งอาจเกิดจากสาเหตุชิ้นส่วนเหล่านี้ก็ได้ เช่น ผ้าเบรคลื่น, ผ้าเบรคบาง, จานเบรคลื่น, จานเบรคบาง, ผ้าเบรคสกปรก, จานเบรคสกปรก, ขาดการดูแลและบำรุงรักษา, ขาดการทำความสะอาด, ขาดการปรับตั้ง เป็นต้นดังนั้น ก่อนจะสตาร์ทรถ ควรหมั่นตรวจสอบเกียร์ให้อยู่ตำแหน่งเกียร์ว่าง พร้อมดึง เบรคมือ ขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้คันเกียร์ค้างขณะที่สตาร์ทรถ เมื่อออกรถค่อยปลด เบรคมือ ลงเป็นขั้นตอนสุดท้าย เพราะถ้าคุณลืมปลด เบรคมือ ลงเมื่อไหร่ จะทำให้เกียร์ได้รับความเสียหาย, ผ้าเบรคสึกหรอและหมดอายุการใช้เร็วกว่าปกติขอบคุณข้อมูลจาก <a href="https://carmana.com/blog/?fbclid=IwAR32SnNgx7aPSRuWiAMyoyfGc0eVrOYk01FN5lmjRSBRSJembv9cETao9DY" rel="noreferrer noopener" target="_blank">https://carmana.com/blog/</a></p>
<div style="margin: 20px 0;"><div class="qrcswholewtapper" style="text-align:left;"><div class="qrcprowrapper"  id="qrcwraa9leds"><div class="qrc_canvass" id="qrc_cuttenpages_9" style="display:inline-block" data-text="https://bocbrand.com/%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81/"></div><div><a download="เบรคมือมีปัญหาเกิดจาก?.png" class="qrcdownloads" id="worign">
           <button type="button" style="min-width:200px;background:#c8fd8c;color:#000;font-weight: 600;border: 1px solid #44d813;border-radius:20px;font-size:12px;padding: 6px 0;" class="uqr_code_btn">Download QR</button>
           </a></div></div></div></div><p>The post <a href="https://bocbrand.com/%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81/">เบรคมือมีปัญหาเกิดจาก?</a> appeared first on <a href="https://bocbrand.com">BOC </a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://bocbrand.com/%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ล้างรถขณะที่จานเบรคร้อน!!!</title>
		<link>https://bocbrand.com/%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%82%e0%b8%93%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad/</link>
					<comments>https://bocbrand.com/%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%82%e0%b8%93%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ktnltd]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 25 Jan 2021 06:10:20 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Tips]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://bocbrand.com/?p=10129</guid>

					<description><![CDATA[<p>มาถึงกับอีกหนึ่งเรื่อง เกี่ยวกับเรื่องของการล้างรถ ซึ่งหลายคนอาจจะสงสัยว่าการล้างรถนั้นเกี่ยวกับระบบเบรคอย่างไร แต่เป็นเรื่องที่ใครหลายคนนั้น คิดมาก่อนว่า หลังจากที่ขับรถแล้ว มีการใช้เบรคมาอย่างหนัก หากนำรถไปล้างโดยทันที มีโอกาสทำให้จานเบรคคดได้ ไปชมกันเลยกับเกร็ดความรู้เกี่ยวกับรถยนต์ สำหรับการล้างรถนั้น ถือว่าเป็นสิ่งที่ใครหลายๆ คน ทำกันเป็นประจำ เพื่อรักษาความสะอาดของตัวรถ แต่การล้างรถ อาจเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ทำให้ระบบเบรคของรถเกิดปัญหาขึ้นได้ โดยเฉพาะตัวจานเบรค จนถึงขั้นอาจทำให้จานเบรคคดซึ่งอาการจานเบรคคดนั้น เกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ โดยการล้างรถก็ถือเป็นอีกหนึ่งสาเหตุ ซึ่งหลายคนอาจจะสงสัยว่ามันเกี่ยวอะไรกัน ? หากเราขับรถแล้วเกิดใช้เบรคอย่างหนัก ในช่วงขณะที่ขับขี่ จะทำให้จานเบรคเกิดการสะสมความร้อนอยู่ที่ตัวจานเบรค จนทำให้จานเบรคเกิดการขยายตัว หากเรานำรถไปล้างโดยทันที สิ่งที่ต้องสัมผัสจานเบรคอย่างแน่นอนคือ น้ำ ถือว่าเป็นปัจจัยที่นำพาความร้อนได้ดี ซึ่งอาจส่งผลให้จานเบรคเกิดการหดตัวอย่างรวดเร็ว ทำให้จานเบรคเกิดอาการคดได้ ยิ่งไปเจอคาร์แคร์ที่ชอบฉีดน้ำแรงดันสูงฉีด ก็ยิ่งเสี่ยงต่ออาการจานเบรคคดอย่างแน่นอน ซึ่งวิธีการป้องกันต่อเรื่องนี้ที่ดีที่สุดก็คือ เราต้องรู้ว่าสภาพการขับขี่ของเราก่อนหน้านี้เป็นอย่างไร ใช้เบรคมากหรือน้อยแค่ไหน หากมีการใช้เบรคมาอย่างหนัก ก็ควรจอดพักให้จานเบรคมีความร้อนที่น้อยลง ก่อนที่จะนำรถไปล้าง ซึ่งเรื่องราวนี้ ก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่เราควรระมัดรวังไว้เครดิต : BoxzaRacing Download QR</p>
<p>The post <a href="https://bocbrand.com/%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%82%e0%b8%93%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad/">ล้างรถขณะที่จานเบรคร้อน!!!</a> appeared first on <a href="https://bocbrand.com">BOC </a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>มาถึงกับอีกหนึ่งเรื่อง เกี่ยวกับเรื่องของการล้างรถ ซึ่งหลายคนอาจจะสงสัยว่าการล้างรถนั้นเกี่ยวกับระบบเบรคอย่างไร แต่เป็นเรื่องที่ใครหลายคนนั้น คิดมาก่อนว่า หลังจากที่ขับรถแล้ว มีการใช้เบรคมาอย่างหนัก หากนำรถไปล้างโดยทันที มีโอกาสทำให้จานเบรคคดได้ ไปชมกันเลยกับเกร็ดความรู้เกี่ยวกับรถยนต์ สำหรับการล้างรถนั้น ถือว่าเป็นสิ่งที่ใครหลายๆ คน ทำกันเป็นประจำ เพื่อรักษาความสะอาดของตัวรถ แต่การล้างรถ อาจเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ทำให้ระบบเบรคของรถเกิดปัญหาขึ้นได้ โดยเฉพาะตัวจานเบรค จนถึงขั้นอาจทำให้จานเบรคคดซึ่งอาการจานเบรคคดนั้น เกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ โดยการล้างรถก็ถือเป็นอีกหนึ่งสาเหตุ ซึ่งหลายคนอาจจะสงสัยว่ามันเกี่ยวอะไรกัน ? หากเราขับรถแล้วเกิดใช้เบรคอย่างหนัก ในช่วงขณะที่ขับขี่ จะทำให้จานเบรคเกิดการสะสมความร้อนอยู่ที่ตัวจานเบรค จนทำให้จานเบรคเกิดการขยายตัว หากเรานำรถไปล้างโดยทันที สิ่งที่ต้องสัมผัสจานเบรคอย่างแน่นอนคือ น้ำ ถือว่าเป็นปัจจัยที่นำพาความร้อนได้ดี ซึ่งอาจส่งผลให้จานเบรคเกิดการหดตัวอย่างรวดเร็ว ทำให้จานเบรคเกิดอาการคดได้ ยิ่งไปเจอคาร์แคร์ที่ชอบฉีดน้ำแรงดันสูงฉีด ก็ยิ่งเสี่ยงต่ออาการจานเบรคคดอย่างแน่นอน ซึ่งวิธีการป้องกันต่อเรื่องนี้ที่ดีที่สุดก็คือ เราต้องรู้ว่าสภาพการขับขี่ของเราก่อนหน้านี้เป็นอย่างไร ใช้เบรคมากหรือน้อยแค่ไหน หากมีการใช้เบรคมาอย่างหนัก ก็ควรจอดพักให้จานเบรคมีความร้อนที่น้อยลง ก่อนที่จะนำรถไปล้าง ซึ่งเรื่องราวนี้ ก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่เราควรระมัดรวังไว้เครดิต : BoxzaRacing</p>
<div style="margin: 20px 0;"><div class="qrcswholewtapper" style="text-align:left;"><div class="qrcprowrapper"  id="qrcwraa11leds"><div class="qrc_canvass" id="qrc_cuttenpages_11" style="display:inline-block" data-text="https://bocbrand.com/%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%82%e0%b8%93%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad/"></div><div><a download="ล้างรถขณะที่จานเบรคร้อน!!!.png" class="qrcdownloads" id="worign">
           <button type="button" style="min-width:200px;background:#c8fd8c;color:#000;font-weight: 600;border: 1px solid #44d813;border-radius:20px;font-size:12px;padding: 6px 0;" class="uqr_code_btn">Download QR</button>
           </a></div></div></div></div><p>The post <a href="https://bocbrand.com/%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%82%e0%b8%93%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad/">ล้างรถขณะที่จานเบรคร้อน!!!</a> appeared first on <a href="https://bocbrand.com">BOC </a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://bocbrand.com/%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%82%e0%b8%93%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ผ้าเบรคหลุด! อันตราย : ที่ป้องกันได้</title>
		<link>https://bocbrand.com/%e0%b8%9c%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b8%e0%b8%94-%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a2-%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88/</link>
					<comments>https://bocbrand.com/%e0%b8%9c%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b8%e0%b8%94-%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a2-%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ktnltd]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 25 Jan 2021 06:07:51 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Tips]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://bocbrand.com/?p=10126</guid>

					<description><![CDATA[<p>คงไม่ใครอยากพบประสบการณ์ อันชวนสยองเมื่อผ้าเบรกหรือลูกสูบเบรกหลุดขณะขับรถ จนนำมาสู่อาการเบรกแตก และเกิดความสูญเสียจากอุบัติเหตุ วันนี้ “รู้ก่อนเหยียบ” จึงขอนำทุกท่านมาหาต้นตอและวีธีป้องกัน ก่อนอื่นมารู้จักกับชนิดของเบรกกันก่อน -ดิสก์เบรก (Disc Brake) ประกอบด้วยจานดิสก์ที่ทำจากเหล็กหล่อและหมุนเคลื่อนที่ไปพร้อมกับล้อรถยนต์ โดยมีคาลิปเปอร์ ที่ครอบลงไปบนจานดิสก์ แต่จะไม่หมุนไปพร้อมล้อ ซึ่งภายในคาลิปเปอร์ มีการติดตั้งผ้าเบรก ประกบอยู่สองข้างของจานดิสก์ โดยมีแม่ปั้มเบรกติดตั้งร่วมอยู่ด้วย และเมื่อแรงดันมาถึงแม่ปั้มเบรกลูกสูบจะถูกดันออกมาเพื่อดันผ้าเบรกให้ไปเสียดทานกับจานดิสก์ ให้เกิดความฝืดจนสามารถชะลอหรือหยุดรถได้ในที่สุด -ดรัมเบรก (Drum Brake) จะใช้หลักการทำงานของการขยายและหุบตัวของฝักเบรกภายในจานเบรก เมื่อแรงดันมาถึงแม่ปั้มเบรก ลูกสูบจะทำหน้าที่ดันฝักเบรกที่มีผ้าเบรกยึดอยู่ภายนอกให้เสียดทานกับผนังของจานดรัมเบรก จนเกิดความฝืดต้นตอผ้าเบรก-ลูกสูบเบรกหลุด ปัญหาผ้าเบรกหรือลูกสูบเบรกหลุด ส่วนใหญ่จะเกิดกับ ดิสก์เบรก มากกว่า ดรัมเบรก และมักเกิดจาก2 สาเหตุหลักคือ 1.ใช้ผ้าเบรกหมดเกลี้ยง จนถึงเนื้อเหล็ก แล้วยังฝืนใช้ต่อ เมื่อเหล็กผ้าเบรกเสียดสีกับจานดิสก์ บางลงเรื่อย ๆ และหลุดออกจากร่องวางผ้าเบรก จากนั้นลูกสูบเบรกก็หลุดตามมา และเมื่อน้ำมันเบรกรั่วออกจากระบบก็จะเกิดอาการเบรกแตก 2. จานจานดิสก์เบรกที่บางจนเกินไป จะไม่ส่งผลในระยะแรก แต่เมื่อผ้าเบรกบางลงตามอายุการใช้งาน แม้ยังไม่หมดก็สามารถหลุดออกร่องวางผ้าเบรก หรือลูกสูบเบรกหลุดได้เช่นกัน วิธีป้องกันผ้าเบรก-ลูกสูบเบรกหลุด -หมั่นสังเกตุระบบเบรก หากมีเสียงดังขณะเบรก เหมือนเหล็กสีกัน เป็นอาการของผ้าเบรกหมด [...]</p>
<p>The post <a href="https://bocbrand.com/%e0%b8%9c%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b8%e0%b8%94-%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a2-%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88/">ผ้าเบรคหลุด! อันตราย : ที่ป้องกันได้</a> appeared first on <a href="https://bocbrand.com">BOC </a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>คงไม่ใครอยากพบประสบการณ์ อันชวนสยองเมื่อผ้าเบรกหรือลูกสูบเบรกหลุดขณะขับรถ จนนำมาสู่อาการเบรกแตก และเกิดความสูญเสียจากอุบัติเหตุ วันนี้ “รู้ก่อนเหยียบ” จึงขอนำทุกท่านมาหาต้นตอและวีธีป้องกัน ก่อนอื่นมารู้จักกับชนิดของเบรกกันก่อน</p>



<p>-ดิสก์เบรก (Disc Brake) ประกอบด้วยจานดิสก์ที่ทำจากเหล็กหล่อและหมุนเคลื่อนที่ไปพร้อมกับล้อรถยนต์ โดยมีคาลิปเปอร์ ที่ครอบลงไปบนจานดิสก์ แต่จะไม่หมุนไปพร้อมล้อ ซึ่งภายในคาลิปเปอร์ มีการติดตั้งผ้าเบรก ประกบอยู่สองข้างของจานดิสก์ โดยมีแม่ปั้มเบรกติดตั้งร่วมอยู่ด้วย และเมื่อแรงดันมาถึงแม่ปั้มเบรกลูกสูบจะถูกดันออกมาเพื่อดันผ้าเบรกให้ไปเสียดทานกับจานดิสก์ ให้เกิดความฝืดจนสามารถชะลอหรือหยุดรถได้ในที่สุด</p>



<p>-ดรัมเบรก (Drum Brake) จะใช้หลักการทำงานของการขยายและหุบตัวของฝักเบรกภายในจานเบรก เมื่อแรงดันมาถึงแม่ปั้มเบรก ลูกสูบจะทำหน้าที่ดันฝักเบรกที่มีผ้าเบรกยึดอยู่ภายนอกให้เสียดทานกับผนังของจานดรัมเบรก จนเกิดความฝืดต้นตอผ้าเบรก-ลูกสูบเบรกหลุด ปัญหาผ้าเบรกหรือลูกสูบเบรกหลุด ส่วนใหญ่จะเกิดกับ ดิสก์เบรก มากกว่า ดรัมเบรก และมักเกิดจาก2 สาเหตุหลักคือ</p>



<p>1.ใช้ผ้าเบรกหมดเกลี้ยง จนถึงเนื้อเหล็ก แล้วยังฝืนใช้ต่อ เมื่อเหล็กผ้าเบรกเสียดสีกับจานดิสก์ บางลงเรื่อย ๆ และหลุดออกจากร่องวางผ้าเบรก จากนั้นลูกสูบเบรกก็หลุดตามมา และเมื่อน้ำมันเบรกรั่วออกจากระบบก็จะเกิดอาการเบรกแตก</p>



<p>2. จานจานดิสก์เบรกที่บางจนเกินไป จะไม่ส่งผลในระยะแรก แต่เมื่อผ้าเบรกบางลงตามอายุการใช้งาน แม้ยังไม่หมดก็สามารถหลุดออกร่องวางผ้าเบรก หรือลูกสูบเบรกหลุดได้เช่นกัน</p>



<p>วิธีป้องกันผ้าเบรก-ลูกสูบเบรกหลุด</p>



<p>-หมั่นสังเกตุระบบเบรก หากมีเสียงดังขณะเบรก เหมือนเหล็กสีกัน เป็นอาการของผ้าเบรกหมด ในผ้าเบรกบางรุ่นจะมีแถบโลหะมาแตะกับจานดิสก์เบรก เมื่อผ้าเบรกเหลือน้อย เพื่อเตือนให้เกิดเสียงดัง หรือติดตั้งไฟโชว์ให้รีบเปลี่ยนผ้าเบรก</p>



<p>-อย่าใช้จานเบรกจนบางเกินไป จานดิสก์เบรกของรถยนต์ทุกรุ่นจะมีตัวเลขบอกค่าความบางเอาไว้ หากบางกว่าค่าที่กำหนดให้เปลี่ยนจานดิสก์เบรกลูกใหม่เทคนิคควรรู้</p>



<p>-ไม่จำเป็นต้องเจียร์จานเบรกทุกครั้งที่เปลี่ยนผ้าเบรก จานเบรกควรเจียร์ก็ต่อเมื่อ เกิดการคดบิดตัวจนเบรกสั่น คือเหยียบแล้ว แป้นเบรกเกิดอาการสั่นสู้เท้า -เหตุใดเมื่อเปลี่ยนผ้าเบรก ศูนย์บริการบางแห่งมักแนะนำให้เจียร์จานเบรกด้วยเสมอ กล่าวคือเมื่อเจียร์จานเบรกเรียบ ผ้าเบรกใหม่ก็มีหน้าสัมผัสที่เรียบเช่นกัน ส่งผลให้ไม่ต้องรันอินผ้าเบรก และลูกค้ารู้สึกดี แต่ก็ส่งผลให้จานเบรกก็บางลงจนต้องเปลี่ยนก่อนเวลาอันควรเช่นกัน“เบรก” เป็นสิ่งที่สำคัญ ควรดูแลให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์พร้อมใช้เพื่อความมั่นใจในทุกการเดินทาง&#8230; ขอบคุณข้อมูลจาก บริษัท มาสเตอร์ มอเตอร์ เซอร์วิส (ประเทศไทย) จำกัด</p>
<div style="margin: 20px 0;"><div class="qrcswholewtapper" style="text-align:left;"><div class="qrcprowrapper"  id="qrcwraa13leds"><div class="qrc_canvass" id="qrc_cuttenpages_13" style="display:inline-block" data-text="https://bocbrand.com/%e0%b8%9c%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b8%e0%b8%94-%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a2-%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88/"></div><div><a download="ผ้าเบรคหลุด! อันตราย : ที่ป้องกันได้.png" class="qrcdownloads" id="worign">
           <button type="button" style="min-width:200px;background:#c8fd8c;color:#000;font-weight: 600;border: 1px solid #44d813;border-radius:20px;font-size:12px;padding: 6px 0;" class="uqr_code_btn">Download QR</button>
           </a></div></div></div></div><p>The post <a href="https://bocbrand.com/%e0%b8%9c%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b8%e0%b8%94-%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a2-%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88/">ผ้าเบรคหลุด! อันตราย : ที่ป้องกันได้</a> appeared first on <a href="https://bocbrand.com">BOC </a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://bocbrand.com/%e0%b8%9c%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b8%e0%b8%94-%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a2-%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สาเหตุที่ทำให้รถเบรคแตก!!!</title>
		<link>https://bocbrand.com/%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%95%e0%b8%b8%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b9%81%e0%b8%95/</link>
					<comments>https://bocbrand.com/%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%95%e0%b8%b8%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b9%81%e0%b8%95/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ktnltd]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 25 Jan 2021 04:47:27 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Tips]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://bocbrand.com/?p=10123</guid>

					<description><![CDATA[<p>หากพูดถึงอุบัติเหตุอันตรายจากการขับรถ เชื่อว่าหลายๆ คนคงนึกถึงเรื่อง เบรกแตก เป็นอันดับต้นๆ เพราะหากเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นจริงๆ ความเสี่ยงเกี่ยวกับความปลอดภัยของชีวิต และทรัพย์สิน มีโอกาสสูงมากทีเดียว แม้ว่าอาการนี้จะเกิดขึ้นค่อนข้างยากก็ตาม สำหรับอาการเบรกแตก จริงๆ แล้วเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย หลายสาเหตุ ซึ่งส่วนหนึ่งเกิดจากการขาดการดูแลรักษา และตรวจเช็กสภาพการใช้งานนั่นเอง เอาเป็นว่า มาดูสาเหตุหลักอื่นๆ กันดีกว่า ว่ามีอะไรอีกบ้าง ที่ทำให้รถของคุณเบรกแตก 1. น้ำมันเบรกเสื่อมสภาพ จนทำให้ลูกยางในกระบอกปั๊มล้อที่ทำหน้าที่ป้องกันน้ำมันรั่ว เสื่อมสภาพตามไปด้วย จึงทำให้น้ำมันเบรกรั่วออกมา ซึ่งหากคุณอยากตรวจสอบลูกยางตัวนี้ ก็สามารถทำได้ง่าย แค่เพียงถอดล้อออก จากนั้นถอดจานเบรกแล้วเปิดยางกันฝุ่นที่ครอบตัวกระบอกปั๊มออกมา และสังเกตดู หากมีน้ำมันเบรกรั่วออกมา ก็แปลว่าลูกยางเสื่อมแล้ว จัดการเปลี่ยนได้เลย 2. สายอ่อน หรือท่อทางเดินน้ำมันเบรกรั่ว อาการนี้ดูได้ง่ายๆ หากมีคราบ หรือรอยซึมของน้ำมันเบรกไหลออกมา 3. แรงดันของน้ำมันเบรกมาไม่เต็มระบบ อาการนี้เกิดขึ้นเพราะมีอากาศอยู่ในระบบน้ำมันเบรก ซึ่งอาจเป็นเพราะการไล่อากาศ หรือไล่ลมออกไปไม่หมดจากระบบ เมื่อตอนเปลี่ยนน้ำมันเบรกใหม่ ฯลฯ จึงทำให้ไม่สามารถส่งแรงดันไปได้อย่างเต็มที่ 4. น้ำมันเบรกหมด หรือเหลือน้อย มันจะส่งผลทำให้เบรกใช้งานได้ไม่เต็มที่ เบรกไม่ค่อยอยู่ หรือเบรกจมลึกผิดปกติ ฯลฯ [...]</p>
<p>The post <a href="https://bocbrand.com/%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%95%e0%b8%b8%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b9%81%e0%b8%95/">สาเหตุที่ทำให้รถเบรคแตก!!!</a> appeared first on <a href="https://bocbrand.com">BOC </a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>หากพูดถึงอุบัติเหตุอันตรายจากการขับรถ เชื่อว่าหลายๆ คนคงนึกถึงเรื่อง เบรกแตก เป็นอันดับต้นๆ เพราะหากเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นจริงๆ ความเสี่ยงเกี่ยวกับความปลอดภัยของชีวิต และทรัพย์สิน มีโอกาสสูงมากทีเดียว แม้ว่าอาการนี้จะเกิดขึ้นค่อนข้างยากก็ตาม สำหรับอาการเบรกแตก จริงๆ แล้วเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย หลายสาเหตุ ซึ่งส่วนหนึ่งเกิดจากการขาดการดูแลรักษา และตรวจเช็กสภาพการใช้งานนั่นเอง เอาเป็นว่า มาดูสาเหตุหลักอื่นๆ กันดีกว่า ว่ามีอะไรอีกบ้าง ที่ทำให้รถของคุณเบรกแตก</p>



<p>1. น้ำมันเบรกเสื่อมสภาพ จนทำให้ลูกยางในกระบอกปั๊มล้อที่ทำหน้าที่ป้องกันน้ำมันรั่ว เสื่อมสภาพตามไปด้วย จึงทำให้น้ำมันเบรกรั่วออกมา ซึ่งหากคุณอยากตรวจสอบลูกยางตัวนี้ ก็สามารถทำได้ง่าย แค่เพียงถอดล้อออก จากนั้นถอดจานเบรกแล้วเปิดยางกันฝุ่นที่ครอบตัวกระบอกปั๊มออกมา และสังเกตดู หากมีน้ำมันเบรกรั่วออกมา ก็แปลว่าลูกยางเสื่อมแล้ว จัดการเปลี่ยนได้เลย </p>



<p>2. สายอ่อน หรือท่อทางเดินน้ำมันเบรกรั่ว อาการนี้ดูได้ง่ายๆ หากมีคราบ หรือรอยซึมของน้ำมันเบรกไหลออกมา </p>



<p>3. แรงดันของน้ำมันเบรกมาไม่เต็มระบบ อาการนี้เกิดขึ้นเพราะมีอากาศอยู่ในระบบน้ำมันเบรก ซึ่งอาจเป็นเพราะการไล่อากาศ หรือไล่ลมออกไปไม่หมดจากระบบ เมื่อตอนเปลี่ยนน้ำมันเบรกใหม่ ฯลฯ จึงทำให้ไม่สามารถส่งแรงดันไปได้อย่างเต็มที่ </p>



<p>4. น้ำมันเบรกหมด หรือเหลือน้อย มันจะส่งผลทำให้เบรกใช้งานได้ไม่เต็มที่ เบรกไม่ค่อยอยู่ หรือเบรกจมลึกผิดปกติ ฯลฯ ให้ตรวจเช็ก และเติมน้ำมันเบรกให้ถึงระดับที่กำหนด </p>



<p>5. น้ำมันเบรกชื้น ขณะที่กดเบรกลงไป เบรกจะมีความร้อน และการเสียดสีเกิดขึ้น ดังนั้นเมื่อน้ำมันเบรกมีความชื้นผสมอยู่ มันก็จะระเหยกลายเป็นไอ ลูกสูบไม่สามารถทำงานได้ จึงทำให้เบรกไม่อยู่นั่นเอง </p>



<p>6. สายเบรกขาด แม้เปอร์เซ็นต์ในการเกิดขึ้นจะน้อย แต่ใช่ว่าจะไม่มีเลย ซึ่งวิธีสังเกตให้ตรวจดูใต้ท้องรถว่ามีน้ำมันรั่วหรือไม่ และก่อนออกรถให้ทดสอบเหยียบเบรกดูก่อน ว่าเบรกอยู่รึเปล่า </p>



<p>7. ผ้าเบรก หากผ้าเบรกหมด ผ้าเบรกไหม้ ฯลฯ ก็มีโอกาสเสี่ยงสูงที่รถของคุณจะเบรกแตกได้เช่นกัน </p>



<p>อาการเบรกแตกไม่ใช่เรื่องเล่นๆ เพราะมันอาจทำให้เกิดอันตรายต่อชีวิต และทรัพย์สินของคุณได้ ทางที่ดีคุณจึงควรหมั่นตรวจเช็กระบบเบรก และน้ำมันเบรกเป็นประจำ นอกจากนี้ควรเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเบรกเมื่อถึงระยะที่กำหนดทุกครั้ง รวมไปถึงผ้าเบรกด้วย เพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นได้ขอขอบคุณข้อมูลจาก : <a rel="noreferrer noopener" href="https://l.facebook.com/l.php?u=http%3A%2F%2Fauto.sanook.com%2F%3Ffbclid%3DIwAR0wXsl3XSyY6Z7V0W2xcK4ULZ7xeL7wXMjty4SXQMTamBBe-7VP7JrhhDY&amp;h=AT1gxVmuChXa8R-veeYkXah5LxxZF8zv7X28UZxu_lKsdOYYszHSoejZYVsjHXHBEB4uBLU5huGxnmGUj0cKxTCijj4TkG9U9P5_glE8h2FDakiHg2enXNeC4bpzXlJ1CQ&amp;__tn__=-UK-R&amp;c[0]=AT2rfXc0hdKjMfLIRFdxknAz7O5K8CJxT4Hj1djHJ7aPL58FQzDyBBXa5zrhy4wxSdWNxZZ_U4eHROIuaU39cBl-UTR_bdU97Q8SHNdzo1y0dBDLDWotDMksiezwPMieZPtpKt48kTdDgx6uYPVkvp-RCqbWelmIJy2GsYLDIB_p848" target="_blank">auto.sanook.com</a></p>
<div style="margin: 20px 0;"><div class="qrcswholewtapper" style="text-align:left;"><div class="qrcprowrapper"  id="qrcwraa15leds"><div class="qrc_canvass" id="qrc_cuttenpages_15" style="display:inline-block" data-text="https://bocbrand.com/%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%95%e0%b8%b8%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b9%81%e0%b8%95/"></div><div><a download="สาเหตุที่ทำให้รถเบรคแตก!!!.png" class="qrcdownloads" id="worign">
           <button type="button" style="min-width:200px;background:#c8fd8c;color:#000;font-weight: 600;border: 1px solid #44d813;border-radius:20px;font-size:12px;padding: 6px 0;" class="uqr_code_btn">Download QR</button>
           </a></div></div></div></div><p>The post <a href="https://bocbrand.com/%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%95%e0%b8%b8%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b9%81%e0%b8%95/">สาเหตุที่ทำให้รถเบรคแตก!!!</a> appeared first on <a href="https://bocbrand.com">BOC </a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://bocbrand.com/%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%95%e0%b8%b8%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b9%81%e0%b8%95/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ความแตกต่างของ ดรัมเบรค กับ ดิสเบรค</title>
		<link>https://bocbrand.com/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%81%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b8%94%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%84/</link>
					<comments>https://bocbrand.com/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%81%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b8%94%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%84/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ktnltd]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 25 Jan 2021 04:23:04 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Tips]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://bocbrand.com/?p=10114</guid>

					<description><![CDATA[<p>ข้อแตกต่าง ระบบการทำงาน รวมไปถึงข้อดี-ข้อเสีย ของเบรกทั้ง 2 แบบนี้ จะมีอะไรบ้าง เดี๋ยวเรามาดูกัน ดรัมเบรก (Drum Brake) ทำงานโดยใช้หลักการของแรงผลัก เพื่อทำให้ล้อรถเกิดแรงเฉื่อย ซึ่งภายในตัวดรัมเบรกจะมีฝักเบรก ที่ประกอบไปด้วยผ้าเบรก สปริง และลูกสูบที่ต่อเข้ากับสายเบรก ดังนั้นเมื่อคุณเหยียบเบรก น้ำมันเบรกก็จะผลักลูกสูบออกไปเพื่อดันฝักเบรกให้ไปดันกับขอบดรัมเบรกที่ หมุนไปกับล้ออีกทีหนึ่ง เพื่อสร้างแรงเฉื่อยให้กับรถของคุณ ดิสก์เบรก (Disc Brake) จะทำงานคนละแบบกับดรัมเบรก เพราะระบบดิสก์เบรกนี้จะทำการบีบไปที่จานเบรก ซึ่งตัวที่ทำการบีบนี้จะเรียกว่า คาลิปเปอร์ (Caliper) โดยตัวมันจะถูกครอบเข้าไปที่จานเบรก และจานเบรกที่ว่าจะอยู่ติดกับล้อรถยนต์ นอกจากนี้คาลิปเปอร์จะไม่ถูกหมุนไปกับล้อรถ แต่ตัวลูกสูบยังคงถูกเชื่อมต่อเข้ากับสายเบรก ดังนั้นเมื่อคุณเหยียบเบรก ลูกสูบก็จะทำงานด้วยการดันผ้าเบรกให้ไปบีบกับจานเบรก และมันก็จะเกิดแรงเสียดทานขึ้นเพื่อใช้หยุดรถนั่นเอง ข้อดี-ข้อเสีย ดรัมเบรก ข้อดี &#8211; ไม่ต้องใช้แรงเหยียบมาก ใช้แรงกดน้อย &#8211; มีกำลังหยุดรถสูง เหมาะกับรถที่มีน้ำหนักเยอะ หรือรถที่ใช้บรรทุกของหนักๆ &#8211; มีระบบปิดที่มิดชิด ไม่ต้องดูแลรักษาบ่อยๆ ข้อเสีย &#8211; มีความร้อนสะสมสูง &#8211; ไม่ค่อยแม่นยำ เพราะการตอบสนองค่อนข้างช้า [...]</p>
<p>The post <a href="https://bocbrand.com/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%81%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b8%94%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%84/">ความแตกต่างของ ดรัมเบรค กับ ดิสเบรค</a> appeared first on <a href="https://bocbrand.com">BOC </a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>ข้อแตกต่าง ระบบการทำงาน รวมไปถึงข้อดี-ข้อเสีย ของเบรกทั้ง 2 แบบนี้ จะมีอะไรบ้าง เดี๋ยวเรามาดูกัน</p>



<p>       ดรัมเบรก (Drum Brake) ทำงานโดยใช้หลักการของแรงผลัก เพื่อทำให้ล้อรถเกิดแรงเฉื่อย ซึ่งภายในตัวดรัมเบรกจะมีฝักเบรก ที่ประกอบไปด้วยผ้าเบรก สปริง และลูกสูบที่ต่อเข้ากับสายเบรก ดังนั้นเมื่อคุณเหยียบเบรก น้ำมันเบรกก็จะผลักลูกสูบออกไปเพื่อดันฝักเบรกให้ไปดันกับขอบดรัมเบรกที่ หมุนไปกับล้ออีกทีหนึ่ง เพื่อสร้างแรงเฉื่อยให้กับรถของคุณ</p>



<p class="has-text-align-left">      ดิสก์เบรก (Disc Brake) จะทำงานคนละแบบกับดรัมเบรก เพราะระบบดิสก์เบรกนี้จะทำการบีบไปที่จานเบรก ซึ่งตัวที่ทำการบีบนี้จะเรียกว่า คาลิปเปอร์ (Caliper) โดยตัวมันจะถูกครอบเข้าไปที่จานเบรก และจานเบรกที่ว่าจะอยู่ติดกับล้อรถยนต์ นอกจากนี้คาลิปเปอร์จะไม่ถูกหมุนไปกับล้อรถ แต่ตัวลูกสูบยังคงถูกเชื่อมต่อเข้ากับสายเบรก ดังนั้นเมื่อคุณเหยียบเบรก ลูกสูบก็จะทำงานด้วยการดันผ้าเบรกให้ไปบีบกับจานเบรก และมันก็จะเกิดแรงเสียดทานขึ้นเพื่อใช้หยุดรถนั่นเอง</p>



<p>ข้อดี-ข้อเสีย ดรัมเบรก</p>



<p>ข้อดี </p>



<p>   &#8211; ไม่ต้องใช้แรงเหยียบมาก ใช้แรงกดน้อย </p>



<p>   &#8211; มีกำลังหยุดรถสูง เหมาะกับรถที่มีน้ำหนักเยอะ หรือรถที่ใช้บรรทุกของหนักๆ </p>



<p>   &#8211;  มีระบบปิดที่มิดชิด ไม่ต้องดูแลรักษาบ่อยๆ</p>



<p>ข้อเสีย</p>



<p>   &#8211; มีความร้อนสะสมสูง</p>



<p>   &#8211; ไม่ค่อยแม่นยำ เพราะการตอบสนองค่อนข้างช้า</p>



<p>   &#8211; ระบายน้ำได้ไม่ค่อยดี</p>



<p>   &#8211; ดูแลรักษายาก เพราะอยู่ในระบบปิด</p>



<p>ข้อดี-ข้อเสีย ดิสก์เบรก</p>



<p>ข้อดี</p>



<p>   &#8211; ระบายความร้อนได้เร็ว และระบายน้ำได้ดี</p>



<p>   &#8211; มีความแม่นยำ สามารถตอบสนองได้ทันที</p>



<p>   &#8211; ตรวจเช็ก ทำความสะอาด และบำรุงรักษาง่าย สามารถทำได้ด้วยตนเอง</p>



<p>   &#8211; ดูสวยงามกว่าดรัมเบรก</p>



<p>ข้อเสีย</p>



<p>   &#8211; กำลังในการเบรกสู้ดรัมเบรกไม่ได้</p>



<p>   &#8211; ค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาสูง</p>



<p>   &#8211; เปลี่ยนผ้าเบรกบ่อย ผ้าเบรกหมดไว</p>



<p>ถึงแม้ระบบเบรกทั้ง 2 แบบจะมีข้อแตกต่างกันอยู่ไม่มากไม่น้อย แต่ระบบยอดนิยมในปัจจุบันก็คงจะหนีไม่พ้น ดิสก์เบรก เพราะนอกจากประสิทธิภาพในการใช้งานแล้ว มันยังสามารถอัพเกรดให้ดีขึ้น รวมไปถึงเพิ่มความสวยงามได้ง่ายกว่าดรัมเบรก แต่ถ้าคุณไม่อยากเปลี่ยน อยากใช้เดิมๆ ไม่อยากเสียเงินทำ ดรัมเบรกก็ใช้งานได้ดีเช่นกันครับ</p>



<p></p>



<p>   </p>
<div style="margin: 20px 0;"><div class="qrcswholewtapper" style="text-align:left;"><div class="qrcprowrapper"  id="qrcwraa17leds"><div class="qrc_canvass" id="qrc_cuttenpages_17" style="display:inline-block" data-text="https://bocbrand.com/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%81%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b8%94%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%84/"></div><div><a download="ความแตกต่างของ ดรัมเบรค กับ ดิสเบรค.png" class="qrcdownloads" id="worign">
           <button type="button" style="min-width:200px;background:#c8fd8c;color:#000;font-weight: 600;border: 1px solid #44d813;border-radius:20px;font-size:12px;padding: 6px 0;" class="uqr_code_btn">Download QR</button>
           </a></div></div></div></div><p>The post <a href="https://bocbrand.com/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%81%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b8%94%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%84/">ความแตกต่างของ ดรัมเบรค กับ ดิสเบรค</a> appeared first on <a href="https://bocbrand.com">BOC </a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://bocbrand.com/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%81%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b8%94%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%84/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>9 เรื่องที่คุณไม่รู้เกี่ยวกับเบรครถยนต์</title>
		<link>https://bocbrand.com/9-%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%93%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b5%e0%b9%88/</link>
					<comments>https://bocbrand.com/9-%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%93%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b5%e0%b9%88/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ktnltd]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 18 Jan 2021 02:35:30 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Tips]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://bocbrand.com/?p=9948</guid>

					<description><![CDATA[<p>คุณว่า …การขับรถยนต์เขาเราๆท่านๆ อะไรเป็นสิ่งสำคัญ …หลายคนอาจจะมองเรื่องของเครื่องยนต์ สมรรถนะ และช่วงล่าง แต่เชื่อไมว่า สิ่งที่สำคัญที่สุดซึ่งหลายคนอาจจะลืมไปในยามขับรถก็คือ “การเบรก” และ 9 เรื่องที่เรานำมาฝากวันนี่ คุณ อาจจะไม่เคยรู้เกี่ยวกับมันมาก่อน1. เบรคทางตรงดีที่สุด หลายคนคิดว่าการเบรคทำเมื่อไรก็ได้ ยิ่งทุกวันนี้ระบบเบรกถูกพัฒนาให้ตอบสนองได้มากขึ้น คุณสามารถหลบสิ่งกีดขวางเลี่ยงสถานการณ์เป็นตายได้ แต่หลายคนมักไม่ทราบว่าการเบรครถที่ดีได้ประสิทธิผลมากที่สุด …คือการเบรคทางตรงหรือฝรั่งเรียกว่า Straight Line Braking คือพยายามทำให้รถหยุดเมื่อพวงมาลัยตั้งตรง และเป็นเทคนิคที่นักแข่งรถในสนามมักจะใช้กันถ้าคุณพอจะสังเกตได้2.ยางมีผลต่อระยะเบรคเสมอ จำไว้ว่าระบบเบรคเป็นการห้ามล้อ แต่ล้อจะหยุดจริงก็ต้องการแรงเสียดทานที่มากเอาการเพื่อปราบเหล่าแรงม้าที่คุณปล่อยออกจากปลายเท้าที่แตะคันเร่งของคุณ ซึ่งสิ่งที่ช่วยให้แรงเสียดทานมากในยามที่คุณเบรกก็คือยาง ซึ่งยิ่งยางมีดอกยางเยอะ และหน้าสัมผัสกว้าง โอกาสที่คุณจะหยุดรถได้เต็มประสิทธิภาพ ก็มีมากขึ้นตามไปด้วย เรื่องเดียวกันไม่น่าแปลกใจที่คุณจะรู้สึกว่าเมือเปลี่ยนล้อแม็กมา รถหยุดดีขึ้นกว่าเดิม ทั้งที่ไม่ได้ทำอะไรมากกว่าแต่งหล่อแค่ล้อและยาง ..3.ระบบเบรค ABS มีมาตั้งแต่ยุคเรือไทเทนิค เชื่อหรือว่าว่า ระบบเบรคที่เราคุณเคยอย่าง ABS หรือ Anti Lock Brake System ที่เราคุ้นเคยมากในทุกวันนี้มันใช้เวลากว่า 50 ปี ก่อนที่จะเริ่มลงตลาดรถยนต์ และกว่าจะแพร่หลายจริงๆ ก็ราวๆ 80 ปี จากที่คิดค้นครั้งแรกในปี [...]</p>
<p>The post <a href="https://bocbrand.com/9-%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%93%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b5%e0%b9%88/">9 เรื่องที่คุณไม่รู้เกี่ยวกับเบรครถยนต์</a> appeared first on <a href="https://bocbrand.com">BOC </a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>คุณว่า …การขับรถยนต์เขาเราๆท่านๆ อะไรเป็นสิ่งสำคัญ …หลายคนอาจจะมองเรื่องของเครื่องยนต์ สมรรถนะ และช่วงล่าง แต่เชื่อไมว่า สิ่งที่สำคัญที่สุดซึ่งหลายคนอาจจะลืมไปในยามขับรถก็คือ “การเบรก” และ 9 เรื่องที่เรานำมาฝากวันนี่ คุณ อาจจะไม่เคยรู้เกี่ยวกับมันมาก่อน1. เบรคทางตรงดีที่สุด หลายคนคิดว่าการเบรคทำเมื่อไรก็ได้ ยิ่งทุกวันนี้ระบบเบรกถูกพัฒนาให้ตอบสนองได้มากขึ้น คุณสามารถหลบสิ่งกีดขวางเลี่ยงสถานการณ์เป็นตายได้ แต่หลายคนมักไม่ทราบว่าการเบรครถที่ดีได้ประสิทธิผลมากที่สุด …คือการเบรคทางตรงหรือฝรั่งเรียกว่า Straight Line Braking คือพยายามทำให้รถหยุดเมื่อพวงมาลัยตั้งตรง และเป็นเทคนิคที่นักแข่งรถในสนามมักจะใช้กันถ้าคุณพอจะสังเกตได้2.ยางมีผลต่อระยะเบรคเสมอ จำไว้ว่าระบบเบรคเป็นการห้ามล้อ แต่ล้อจะหยุดจริงก็ต้องการแรงเสียดทานที่มากเอาการเพื่อปราบเหล่าแรงม้าที่คุณปล่อยออกจากปลายเท้าที่แตะคันเร่งของคุณ ซึ่งสิ่งที่ช่วยให้แรงเสียดทานมากในยามที่คุณเบรกก็คือยาง ซึ่งยิ่งยางมีดอกยางเยอะ และหน้าสัมผัสกว้าง โอกาสที่คุณจะหยุดรถได้เต็มประสิทธิภาพ ก็มีมากขึ้นตามไปด้วย เรื่องเดียวกันไม่น่าแปลกใจที่คุณจะรู้สึกว่าเมือเปลี่ยนล้อแม็กมา รถหยุดดีขึ้นกว่าเดิม ทั้งที่ไม่ได้ทำอะไรมากกว่าแต่งหล่อแค่ล้อและยาง ..3.ระบบเบรค ABS มีมาตั้งแต่ยุคเรือไทเทนิค เชื่อหรือว่าว่า ระบบเบรคที่เราคุณเคยอย่าง ABS หรือ Anti Lock Brake System ที่เราคุ้นเคยมากในทุกวันนี้มันใช้เวลากว่า 50 ปี ก่อนที่จะเริ่มลงตลาดรถยนต์ และกว่าจะแพร่หลายจริงๆ ก็ราวๆ 80 ปี จากที่คิดค้นครั้งแรกในปี 1920 ซึ่งมันถูกนำมาใช้กับอากาศยาน ก่อนที่ในปี 1970 ค่ายรถยนต์ในยุโรปบางเจ้าจะเริ่มแนะนำในรถยนต์ที่วางจำหน่ายจริงในตลาดยุโรป4.เบรครถไฮบริดดีกว่าทั่วไป … หลายคนไม่เชื่อว่ารถยนต์ไฮบริดจะมีแรงเบรกที่ดีกว่าในการขับขี่ แต่นี่คือเรื่องจริงเมื่อมากกว่าแค่ไดนาโมที่ล้อชาร์จไฟกลับไปยังแบตเตอร์รี่ เพราะไดนาโมหรือมอเตอร์ฟ้าที่ใช้ในการชาร์จไฟนั้นจะมีแรงต้านของมันเองอยู่แล้ว ทำให้ในน้ำหนักเบรกที่เท่ากัน ระบบเบรคของรถไฮบริดจะทำงานได้ดีกว่าอย่างชัดเจน …มากพอที่จะรู้สึกได้5.ดิสก์เบรคมีความร้อนสูงจนจุดบุหรี่ได้ … หลายคนไม่เคยศึกษาเรื่องเบรกอย่างจริงจัง พวกเขารู้แค่เพียงว่าเบรกมีดีแค่หยุดรถ และเรารู้เพียงประเภทของเบรก รู้ว่ามันแค่ดีกว่า แต่ในแง่การใช้งานจริงแล้วดิสก์เบรกเป็นระบบเบรกที่มีความร้อนสูงมากมันสามารถมีอุณหภูมิในระหว่างการใช้งานตั้งแต่ 350 องศาเซลเซียสไปจนถึง 750 องศาเซลเซียส มากพอที่คุณจะสามรถไม่ต้องพกไฟแช็คจุดบุหรี่ ถ้าขับรถซิ่งมากๆ6.คนเรามักยืมเรื่องระยะทางเบรค มีบางคนประเภทหนึ่งชอบขับรถบี้ตูดชาวบ้าน พอชนท้ายเข้าก็โอดครวญเรื่องดวงไม่ดี ทั้งที่คุณขับรถไม่เป็น… การขับรถจี้ตูดนั้นเป็นพฤติกรรมสุ่มเสี่ยงต่ออุบัติเหตุในระหว่างการขับขี่ของคุณเอง โดยเมื่อรถคันหน้าเบรก คุณจะต้องใช้เวลาในการทำให้เบรกคุณทำงาน ซึ่งก่อนอื่นต้องยอมรับข้อเท็จจริงว่า ประสาทสัมผัสของคนเราไม่เท่ากัน ไม่งั้นทุกคนคงเป็นไมเคิล ชูมาร์กเกอร์ กันหมดแล้ว ซึ่งหากคุณไม่ได้มีเหตุอะไรที่ต้องรีบมากมาย ทิ้งระยะห่างจากคันหน้าบ้างสักครึ่งคันรถก็ยังดี …ช่วยเลี่ยงกรณีชนท้ายรถคันหน้าได้มาก7.ดรัมเบรคมีประสิทธิภาพหยุดดีกว่าดิสก์เบรคจริงหรือ ทุกวันนี้สิ่งที่เริ่มจางหายไปในสังคมคงเป็นระบบดรัมเบรก จะยังมีให้เห็นก็แต่ในรถยนต์นั่งขนาดเล็กหรือรถกระบะและส่วนใหญ่จะประจำการที่เบรคหลัง ..ระบบดรัมเบรคเป็นรถแบบที่ใช้กันมายาวนานตั้งแต่อดีตราวๆปี 1902 เมื่อค่ายรถยนต์ Renault แนะนำออกสู่ตลาด ถ้าเทียบกับดิสก์แล้ว การกางผ้าเบรกออกพร้อมกันแล้วเพิ่มแรงเสียดทานทางด้านข้าง คล้ายกางแขนดันดุมล้อทั้งสองข้างพร้อมกัน ให้ประสิทธิผลที่ดีกว่าในการทำงาน แต่การที่มันอยู่ในฝักก็ทำให้มีความร้อนสูงมากเช่นกัน เมื่อเทียบกับดิสก์เบรค8.เบรคมีเสียงคือเบรคหมด หรือใกล้หมด .. หลายคนมักจะมีคำถามว่าเราจะทราบได้อย่างไรว่าเบรครถยนต์เราหมด หรือใกล้หมด ที่จริงแล้ว วิธีการนั้นง่ายมากมีสองวิธีคือ 1 .น้ำมันเบรกในกระปุกเริ่มพร่องหายโดยที่ไม่มีน้ำมันหยด สันนิษฐานได้เลยว่าคุณเตรียมเสียเงินเปลี่ยนผ้าเบรคได้แล้ว แต่ถ้าคุณเองก็ไม่มีเวลาอะไรขนาดนั้น ถ้าเมื่อไรขับรถแล้วเบรคปกติเริ่มมีเสียง ก็เมื่อนั้นแหละที่คุณต้องพบช่าง9.รู้ไหมเมื่อก่อนจะเบรครถเขาทำอย่างไร ทุกวันนี้ที่เราขับรถเชื่อไหมว่าแม้รถคุณจะทันสมัยมูลค่ากี่สิบล้านบาท เรื่องของเบรคก็มาจากแนวคิดเดียวกันเมื่อสมัยร้อยกว่าปีที่แล้ว และมันไม่เคยมีการเปลี่ยนแปลงเลยแม้แต่น้อยในสมัย..ยุครถยนต์ทำออกมาแรกๆ เบรกไม่ได้เป็นเบรคเท้า แต่เป็นเบรกโดยใช้คันโยก ซึ่งเมื่อต้องการจะหยุดรถคนขับจะกระชากคันโยกนี้แล้วส่งก้อนหรือท่อนไม้ไปสร้างแรงเสียดทานกับตัวดุมล้อ ซึ่งในปัจจุบันแม้จะมีความทันสมัยมากขึ้น เราใช้น้ำมันเป็นตัวช่วยผ่อนแรงในการเบรก แต่ทว่าเทคนิคและวิธีการกลับเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลงไปเลย ขอบคุณข้อมูลจาก <a href="https://l.facebook.com/l.php?u=https%3A%2F%2Fboard.postjung.com%2F1204446%3Ffbclid%3DIwAR2dV3BdeUOT6wFD4tNHKgBXXTSTmvgvwTBvxhnAQwimJHcsl7N62PtCwL0&amp;h=AT0nkEXE0NCPsYUJWFNe7_s9jDzT5Fuei0MrPgFmTyC9nIWrhX7gTEsw2zgFXU2mvT6rV7eISeIOpYJW1GXPb8TWFOPd5Oit3hF1MI-_vllDAiOuh0iqKkMDC3kavlu4gA&amp;__tn__=-UK-R&amp;c[0]=AT3p1vwHo_pF9vKvWoneXTmIEjoPSc0xI02vVLg8nmugpuGJFiwr77qq_BfRtKTSZ5iyvG_DDhw_w--weXU-Hsp8vh9evV5YkK0pQAXjaExDIy1DNhdW2uLtbLFuQlV8A4cNCpngGG8ISdHRErHTOqJnAzZR8Hws8Gwxw3e-RnaZYM8" rel="noreferrer noopener" target="_blank">https://board.postjung.com/1204446</a></p>
<div style="margin: 20px 0;"><div class="qrcswholewtapper" style="text-align:left;"><div class="qrcprowrapper"  id="qrcwraa19leds"><div class="qrc_canvass" id="qrc_cuttenpages_19" style="display:inline-block" data-text="https://bocbrand.com/9-%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%93%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b5%e0%b9%88/"></div><div><a download="9 เรื่องที่คุณไม่รู้เกี่ยวกับเบรครถยนต์.png" class="qrcdownloads" id="worign">
           <button type="button" style="min-width:200px;background:#c8fd8c;color:#000;font-weight: 600;border: 1px solid #44d813;border-radius:20px;font-size:12px;padding: 6px 0;" class="uqr_code_btn">Download QR</button>
           </a></div></div></div></div><p>The post <a href="https://bocbrand.com/9-%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%93%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b5%e0%b9%88/">9 เรื่องที่คุณไม่รู้เกี่ยวกับเบรครถยนต์</a> appeared first on <a href="https://bocbrand.com">BOC </a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://bocbrand.com/9-%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%93%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b5%e0%b9%88/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>วิธีเลือกน้ำมันเบรค</title>
		<link>https://bocbrand.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%84/</link>
					<comments>https://bocbrand.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%84/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ktnltd]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 18 Jan 2021 02:34:10 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Tips]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://bocbrand.com/?p=9945</guid>

					<description><![CDATA[<p>วันนี้เราจะพามาพบกับเกร็ดความรู้ สำคัญเกี่ยวกับการเลือกน้ำมัน เบรคที่ใช้ กับระบบเบรครถยนต์ของเรา ซึ่งมาความสำคัญมาก และเพื่อนๆหลายคนนั้นยังไม่รู้ว่า ควรจะเลือกแบบไหน เราควรจะเปลี่ยนเมื่อไร โดนในครั้งนี้เราจะพาเพื่อนๆไปทราบถึงรายละเอียดแบบเจาะลึกกันลยที่เดียวพูดถึงการทำงานที่ดีของระบบเบรคนั้น ต้องประกอบด้วยการทำงานที่สมบูรณ์ ไม่ว่าจะเป็น ผ้าเบรค จานเบรค คาร์ลิปเปอร์เบรค แม่ปั๊มเบรค ถึงจะสร้างความมั่นใจในการขับขี่ให้เราได้ และน้ำมันเบรค ก็คืออีก1สิ่งสำคัญ ของระบบเบรค ที่ขาดไม่ได้ และจะมีผลต่อการเบรคเป็นอย่างมาก โดยน้ำเบรคจะทำหน้าที่เป็นตัวส่งกำลังจากการที่เราเหยียบแป้นเบรค ไปถึง ตัวเบรคของทั้ง 4 ล้อ เพื่อทำการลดความเร็วตามเเรงกดของเราที่เราได้ทำการเหยียบเบรค คุณสมบัติที่นอกเหนือจากเป็นตัวส่งกำลังแล้ว น้ำมันเบรคยังมีหน้าทีทำการ หล่อลื่น ส่วนต่างๆของระบบเบรค ไม่ว่าจะเป็น แม่ปั๊มเบรค ลูกปั๊มเบรค รวมถึงการเสียดสีต่างๆในระบบเบรคการเลือกน้ำมันเบรคนั้น เราควรเลือกน้ำมันเบรคที่มีความหนือเหมาะสม ใช้งานได้ทุกอุณหภูมิไม่ว่าจะต่ำหรือว่าอุณภูมิสูง มีจุดเดือดสูงไม่ระเหยได้ง่าย เนื่องจากจจะเป็นตัวบ่งบอกว่าสามารถทนต่อแรงเหยียบเวลาเราใช้เบรคเยอะและเหยียบแรงๆได้ และที่สำคัญน้ำมันเบรค จะต้องไม่เป็นอันตรายต่อชิ้นส่วนที่เป็น โลหะ และยางต่อระบบเบรคของเรา โดยชื่อมาตารฐานของน้ำมันเบรคที่ใช้จะเรียกว่า DOT(Department of Transportation) ที่เพื่อนๆได้ยินกัน จะเป็นตัวบอก จุดเดือดของน้ำมันเบรค นั้นก็คือ DOT3 จุดเดือดไม่ต่ำกว่า 205 องศาเซลเซียส [...]</p>
<p>The post <a href="https://bocbrand.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%84/">วิธีเลือกน้ำมันเบรค</a> appeared first on <a href="https://bocbrand.com">BOC </a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>วันนี้เราจะพามาพบกับเกร็ดความรู้ สำคัญเกี่ยวกับการเลือกน้ำมัน เบรคที่ใช้ กับระบบเบรครถยนต์ของเรา ซึ่งมาความสำคัญมาก และเพื่อนๆหลายคนนั้นยังไม่รู้ว่า ควรจะเลือกแบบไหน เราควรจะเปลี่ยนเมื่อไร โดนในครั้งนี้เราจะพาเพื่อนๆไปทราบถึงรายละเอียดแบบเจาะลึกกันลยที่เดียวพูดถึงการทำงานที่ดีของระบบเบรคนั้น ต้องประกอบด้วยการทำงานที่สมบูรณ์ ไม่ว่าจะเป็น ผ้าเบรค จานเบรค คาร์ลิปเปอร์เบรค แม่ปั๊มเบรค ถึงจะสร้างความมั่นใจในการขับขี่ให้เราได้ และน้ำมันเบรค ก็คืออีก1สิ่งสำคัญ ของระบบเบรค ที่ขาดไม่ได้ และจะมีผลต่อการเบรคเป็นอย่างมาก โดยน้ำเบรคจะทำหน้าที่เป็นตัวส่งกำลังจากการที่เราเหยียบแป้นเบรค ไปถึง ตัวเบรคของทั้ง 4 ล้อ เพื่อทำการลดความเร็วตามเเรงกดของเราที่เราได้ทำการเหยียบเบรค คุณสมบัติที่นอกเหนือจากเป็นตัวส่งกำลังแล้ว น้ำมันเบรคยังมีหน้าทีทำการ หล่อลื่น ส่วนต่างๆของระบบเบรค ไม่ว่าจะเป็น แม่ปั๊มเบรค ลูกปั๊มเบรค รวมถึงการเสียดสีต่างๆในระบบเบรคการเลือกน้ำมันเบรคนั้น เราควรเลือกน้ำมันเบรคที่มีความหนือเหมาะสม ใช้งานได้ทุกอุณหภูมิไม่ว่าจะต่ำหรือว่าอุณภูมิสูง มีจุดเดือดสูงไม่ระเหยได้ง่าย เนื่องจากจจะเป็นตัวบ่งบอกว่าสามารถทนต่อแรงเหยียบเวลาเราใช้เบรคเยอะและเหยียบแรงๆได้ และที่สำคัญน้ำมันเบรค จะต้องไม่เป็นอันตรายต่อชิ้นส่วนที่เป็น โลหะ และยางต่อระบบเบรคของเรา โดยชื่อมาตารฐานของน้ำมันเบรคที่ใช้จะเรียกว่า DOT(Department of Transportation) ที่เพื่อนๆได้ยินกัน จะเป็นตัวบอก จุดเดือดของน้ำมันเบรค นั้นก็คือ DOT3 จุดเดือดไม่ต่ำกว่า 205 องศาเซลเซียส DOT4 จุด เดือดไม่ต่ำกว่า 230 องศาเซลเซียส DOT5 จุดเดือดไม่ต่ำกว่า 260 องศาเซลเซียส เพราะเวลาที่มีการใช้เบรค จะเกิดความร้อนที่จานเบรคและผ้าเบรคซึ่งจะส่งผลถึงความร้อนของน้ำมันเบรคด้วย ถ้าน้ำมันเบรคมีจุดเดือดที่ต่ำก็จะเกิดการระเหยทำให้น้ำมันเบรคนั้นส่งกำลังได้ไม่ดี อาจจะเกิดอาการ เบรคจม หรือที่เรียกว่าเบรคแตกได้ การเปลี่ยนร้ำมันเบรคนั้นควนเปลี่ยนทุกๆ 1ปี เป็นอย่างน้อยหรือไม่มั่นใจให้สอบถามศูนย์บริการ มาตราฐานทั่วไป ได้เลยเป็นไงกันบ้างครับกับเกร็ดความรู้ ที่เรานำมาให้ ได้รู้กันเรื่องน้ำมันเบรคนั้นเป็นสิ่งสำคัญเลยทีเดียว ซึ่งเราควรให้ความสำคัญกับระบบนี้เป็นอย่างมาก เพื่อการขับขี่อย่างปลอดภัย และลดการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนด้วยขอบคุณข้อมูลจาก <a href="https://l.facebook.com/l.php?u=http%3A%2F%2Fm.rodweekly.com%2Fknowledge_detailm.php%3Fq_id%3D950%26fbclid%3DIwAR2ZjJgufvHDlH8kHjf9w2UZ_Iih_LMCQE1sHY0prFXCj1AsGXw6L5RqDnE&amp;h=AT1kyihrptd2Ap7_K3elulyXQaegk_cHyg_3n98vii6rKP9Es4LmoTNtQU600OYB7nITgUZLqWwgsqIJS6FeD_d0Ftl1r4vjYJXFAP58y7b3x1z9_50eK-Gnm8cu8XsUbw&amp;__tn__=-UK-R&amp;c[0]=AT1-iOj0lVR6BUNqNjUXAB_SlOOuQ8xVxdzemg_CERFRIEY-WRuC04LzalPUMGP1LXrTDWQ3e8yH9RWwBhuOx6ZMpMQXMYTSBJA1UOX4dwJNfMX-Hahmgobyz2531XDxTqxLMzluzs_VTdlvSxg3Hx0c8SRO3g-rItARwiS93AUHkoE" rel="noreferrer noopener" target="_blank">http://m.rodweekly.com/knowledge_detailm.php?q_id=950</a></p>
<div style="margin: 20px 0;"><div class="qrcswholewtapper" style="text-align:left;"><div class="qrcprowrapper"  id="qrcwraa21leds"><div class="qrc_canvass" id="qrc_cuttenpages_21" style="display:inline-block" data-text="https://bocbrand.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%84/"></div><div><a download="วิธีเลือกน้ำมันเบรค.png" class="qrcdownloads" id="worign">
           <button type="button" style="min-width:200px;background:#c8fd8c;color:#000;font-weight: 600;border: 1px solid #44d813;border-radius:20px;font-size:12px;padding: 6px 0;" class="uqr_code_btn">Download QR</button>
           </a></div></div></div></div><p>The post <a href="https://bocbrand.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%84/">วิธีเลือกน้ำมันเบรค</a> appeared first on <a href="https://bocbrand.com">BOC </a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://bocbrand.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%84/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
